⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2981/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2981/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาค้ำประกันที่ผู้ค้ำประกันรับผิดชำระหนี้แทนลูกหนี้โดยตรง ไม่ใช่การค้ำประกันตามกฎหมาย แต่เป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดเป็นส่วนตัว

ย่อคำพิพากษา

สัญญาค้ำประกันความว่า จำเลยที่ 2 ตำแหน่งประธานสมาคม จำเลยที่ 1 ขอทำสัญญาค้ำประกันว่า ตามที่จำเลยที่ 1 ยืมเงินจากโจทก์ จำเลยที่ 2 ขอรับรองว่า ถ้าหากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามสัญญา จำเลยที่ 2 ยอมรับผิดชำระหนี้ให้โจทก์แทนจำเลยที่ 1 นั้น หาใช่จำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันในนามจำเลยที่ 1 ไม่เพราะจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ยืมไม่อาจทำสัญญาค้ำประกันตนเองให้มีผลตามกฎหมายได้ ทั้งยังเป็นการฝ่าฝืนข้อสัญญาและสภาพแห่งสัญญาค้ำประกัน จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ ๓ ฉบับ เป็นเงินรวม ๗๐๗,๔๐๕ บาท ตามสัญญาแต่ละฉบับ มีจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริหารของจำเลยที่ ๑ ในฐานะส่วนตัวได้ทำสัญญาค้ำประกัน ต่อมาจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามกำหนดในสัญญา ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันในฐานะประธานกรรมการสมาคมจำเลยที่ ๑ ไม่ได้ทำสัญญาค้ำประกันในฐานะส่วนตัว จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันเป็นส่วนตัว ต้องรับผิดต่อโจทก์พิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นประธานกรรมการสมาคม จำเลยที่ ๑ได้ทำสัญญาค้ำประกันมีใจความว่า จำเลยที่ ๒ ตำแหน่งประธานสมาคมจำเลยที่ ๑ขอทำสัญญาค้ำประกันว่า ตามที่จำเลยที่ ๑ ยืมเงินจากโจทก์ จำเลยที่ ๒ ขอรับรองว่าถ้าหากจำเลยที่ ๑ ไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้กับโจทก์ไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใด จำเลยที่ ๒ยอมรับผิดชำระหนี้ให้โจทก์แทนจำเลยที่ ๑ โดยไม่ต้องเรียกร้องเอาจากจำเลยที่ ๑ ก่อนแล้ววินิจฉัยว่า ตามข้อสัญญาค้ำประกันดังกล่าวได้ความชัดว่า จำเลยที่ ๒ ได้ยอมผูกพันเข้าเป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ว่าจะรับโอนชำระหนี้โจทก์แทนจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ซึ่งเป็นผู้ยืมไม่อาจทำสัญญาค้ำประกันตนเองให้มีผลตามกฎหมายได้แต่ประการใดข้อต่อสู้ของจำเลยที่ ๒ ที่ว่าไม่ต้องรับผิดในฐานะส่วนตัวจึงเป็นการฝ่าฝืนข้อสัญญาและสภาพแห่งสัญญาค้ำประกัน จำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดชอบเป็นส่วนตัว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2981/2533 กรมการปกครอง โจทก์ สมาคมชลประทานราษฎร์อำเภอหนองเสือ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมการปกครอง · จำเลย - สมาคมชลประทานราษฎร์อำเภอหนองเสือ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล เปาอินทร์ · สหัส สิงหวิริยะ · ถาวร ตันตราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายสุรภพ ปัทมะสุคนธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัส มุ่งศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4244/2539ฎีกา 2115/2524ฎีกา 552/2548ฎีกา 1800/2511ฎีกา 795/2545ฎีกา 3219/2534ฎีกา 7913/2551ฎีกา 978/2510ฎีกา 1111/2512ฎีกา 2195/2533ฎีกา 6683/2545ฎีกา 1808/2512ฎีกา 4610/2534ฎีกา 311/2538ฎีกา 923/2523ฎีกา 156/2513ฎีกา 6555/2538ฎีกา 142/2535ฎีกา 8396/2540ฎีกา 131/2535ฎีกา 710/2499ฎีกา 1309/2511ฎีกา 2105/2535ฎีกา 1381/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา