⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3307/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้กู้ยืมเงินในวันเดียวกับที่ลูกหนี้ไปค้ำประกันเงินกู้ของบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกหนี้ได้กิจการของบริษัทนั้นมา และลูกหนี้ไม่มีหนี้สินอื่นใดมาก่อน ไม่ถือเป็นกรณีที่เจ้าหนี้ให้ลูกหนี้ก่อหนี้ขึ้นโดยรู้อยู่ว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว.

ย่อคำพิพากษา

การที่เจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้กู้ยืมเงินในวันเดียวกับที่ลูกหนี้ไปค้ำประกันเงินกู้ของบริษัท โดยการกู้ยืมเงินทั้งหมดมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกหนี้ได้กิจการของบริษัทนั้นมา เมื่อไม่ปรากฏว่าลูกหนี้มีหนี้สินอื่นใดมาก่อน จึงมิใช่กรณีเจ้าหนี้ให้ลูกหนี้ก่อหนี้ขึ้นโดยรู้อยู่ว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.94

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งแก่โจทก์จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งเป็นหนี้ซึ่งโจทก์ยอมให้จำเลยกระทำขึ้นเมื่อโจทก์ได้รู้ถึงการที่จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ขณะที่จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินจากโจทก์นั้นแม้จำเลยที่ 1 จะได้ก่อหนี้ขึ้นกับธนาคารโดยบริษัทอีก้าทัวร์เป็นผู้กู้ยืมเงิน และจำเลยทั้งสองค้ำประกันก็ตาม ก็เป็นเพียงการก่อหนี้ขึ้นเพื่อให้ได้กิจการของบริษัทอีก้าทัวร์มา ซึ่งอาจจะดำเนินกิจการต่อไปและมีกำไรปลดเปลื้อหนี้สินได้ในภายหลัง ทั้งจำเลยทั้งสองก็เป็นเพียงผู้ค้ำประกันต่อะนาคารเท่านั้นมิใช่เป็นผู้กู้ยืมเงินเองโดยตรง จึงยังถือไม่ได้ว่าขณะนั้นจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวส่วนการที่โจทก์ให้จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงิน 1,000,000 บาท ก็เพื่อนำมาดำเนินกิจการของบริษัทอีก้าทัวร์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการก่อหนี้ขึ้นในคราวเดียวกับการรับซื้อบริษัทอีก้าทัวร์นั้นเอง เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินอื่นใดมาก่อน การกู้ยืมเงินจากโจทก์จึงมิใช่กรณีโจทก์ให้จำเลยทั้งสองก่อหนี้ขึ้นโดยรู้อยู่ว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัว ปัญหาต่อไปมีว่า มีเหตุที่ไม่สมควรให้จำเลยทั้งสองล้มละลายหรือไม่ เห็นว่า จำเลยทั้งสองก่อหนี้ขึ้นแล้วไม่ชำระจนโจทก์ฟ้องคดีและศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ แต่จำเลยทั้งสองไม่มีทรัพย์สินอื่นใดจะชำระหนี้ได้รวมทั้งหนี้ที่จำเลยทั้งสองก่อขึ้นกับธนาคารอันเนื่องมาจากการรับโอนกิจการของบริษัทอีก้าทัวร์มาก็ยังไม่เคยชำระ จำเลยทั้งสองจึงเป็นบุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัว โดยไม่ปรากฏเหตุที่ไม่สมควรพิพากษาให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย ศาลย่อมมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยทั้งสองได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2533 บริษัท แพ ซิฟิคโอเวอร์ซีส์เทรดดิ้ง จำกัด โจทก์ นาย สืบ ศักดิ์ คลัง มนตรี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท แพ ซิฟิคโอเวอร์ซีส์เทรดดิ้ง จำกัด · จำเลย - นาย สืบ ศักดิ์ คลัง มนตรี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประจักษ์ พุทธิสมบัติ · เดชา สุวรรณโณ · อัมพร เดชศิริ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1506/2542ฎีกา 4642/2540ฎีกา 1252/2530ฎีกา 8080/2538ฎีกา 865/2510ฎีกา 2634/2534ฎีกา 374/2534ฎีกา 4851/2545ฎีกา 997/2510ฎีกา 1679/2551ฎีกา 1890/2537ฎีกา 2649/2522ฎีกา 6555/2542ฎีกา 8853/2550ฎีกา 5303/2533ฎีกา 1282-1288/2502ฎีกา 6052/2531ฎีกา 2006/2528ฎีกา 6066/2539ฎีกา 1064/2522ฎีกา 4799/2539ฎีกา 581/2544ฎีกา 3514/2551ฎีกา 5442/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ