⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4388/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4388/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
มูลหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ แม้ยังไม่ถึงกำหนดชำระหรือมีเงื่อนไข เจ้าหนี้ไม่มีประกันอาจขอรับชำระหนี้ได้. เงินประกันการเช่าอาคารและเงินประกันค่าสาธารณูปโภคที่ลูกหนี้มีหน้าที่ต้องคืนให้เจ้าหนี้เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่า ถือเป็นหนี้ที่เจ้าหนี้มีสิทธินำมาขอรับชำระหนี้ได้ในคดีล้มละลาย แม้ขณะศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้ สัญญาเช่าจะได้ครบกำหนดแล้วก็ตาม.

ย่อคำพิพากษา

ตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 94 บัญญัติว่าเจ้าหนี้ไม่มีประกันอาจขอรับชำระหนี้ได้ ถ้ามูลแห่งหนี้ได้เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ แม้ว่าหนี้นั้นยังไม่ถึงกำหนดชำระหรือมีเงื่อนไขก็ตาม ดังนั้น เมื่อเจ้าหนี้ทำสัญญาเช่าอาคารกับลูกหนี้เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2544 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2546 มูลแห่งหนี้จึงเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ สำหรับค่าเช่าล่วงหน้าของเดือนตุลาคม 2544 จำนวน 85,000 บาท ที่เจ้าหนี้ชำระให้แก่ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าอาคารข้อ 2 นั้น เจ้าหนี้ยังเช่าอาคารอยู่โดยนำเงินค่าเช่าที่ต้องชำระให้ลูกหนี้ส่งให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แสดงว่าลูกหนี้ได้ให้เจ้าหนี้ใช้ประโยชน์ในอาคารที่เช่าตามสัญญาซึ่งรวมถึงเดือนตุลาคม 2544 แล้ว เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าล่วงหน้าของเดือนดังกล่าวคืน จึงขอรับชำระหนี้ส่วนนี้ไม่ได้ เงินประกันการเช่าอาคารจำนวน 300,000 บาท และเงินประกันค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ จำนวน 100,000 บาท ที่เจ้าหนี้ชำระให้แก่ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าอาคารข้อ 3 รวมเป็นเงิน 400,000 บาท ลูกหนี้จะคืนให้เจ้าหนี้เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่า และได้ส่งมอบอาคารที่เช่าพร้อมทรัพย์สินในอาคารเป็นที่เรียบร้อยถูกต้องครบถ้วนแล้ว โดยสัญญาเช่าอาคารจะครบกำหนดวันที่ 30 กันยายน 2547 จึงเป็นหนี้ในอนาคตแม้ยังไม่ถึงกำหนดชำระ เจ้าหนี้ก็มีสิทธินำมาขอรับชำระหนี้ได้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ ทั้งขณะที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้สัญญาเช่าอาคารได้ครบกำหนดแล้วก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.94

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลย (ลูกหนี้) เด็ดขาดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2546 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันตามสัญญาเช่าอาคารกับเงินกู้ยืมรวม 2,015,000 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วเห็นว่า เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมจำนวน 1,100,000 บาท หนี้เงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันตามสัญญาเช่าอาคารเอกสารหมาย จ.2 จำนวน 430,000 บาท ตามที่เจ้าหนี้ขอมา ส่วนหนี้ที่เป็นเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันตามสัญญาเช่าอาคารเอกสารหมาย จ.3 จำนวน 485,000 บาท นั้น เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิรับคืนเพราะสัญญาเช่ายังไม่ได้เลิกกันเห็นควรให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้รวมเป็นเงิน 1,530,000 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (7) ส่วนที่เกินมาให้ยกเสีย ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ที่เจ้าหนี้อุทธรณ์ว่า เจ้าหนี้ได้ตกลงทำสัญญาเช่าอาคารกับลูกหนี้เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2544 มีกำหนดระยะเวลาการเช่า 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2545 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2547 โดยตกลงชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน เดือนละ 85,000 บาท ภายในวันที่ 5 ของทุกๆ เดือน ในวันทำสัญญาเช่าเจ้าหนี้ได้ชำระเงินค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน เป็นของเดือนตุลาคม 2544 จำนวน 85,000 บาท ให้แก่ลูกหนี้ ได้วางเงินประกันการเช่าอาคารจำนวน 300,000 บาท และเงินประกันค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ จำนวน 100,000 บาท ไว้แก่ลูกหนี้เพื่อประกันความเสียหายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเจ้าหนี้มีสิทธิได้รับเงินจำนวนดังกล่าวคืนต่อเมื่อมีการเลิกสัญญาเช่า ซึ่งขณะยื่นอุทธรณ์สัญญาเช่าได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2547 แล้ว เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับเงินจำนวน 485,000 บาท คืนจากลูกหนี้นั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 94 เจ้าหนี้ไม่มีประกันอาจขอรับชำระหนี้ได้ถ้ามูลแห่งหนี้ได้เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ แม้ว่าหนี้นั้นยังไม่ถึงกำหนดชำระหรือมีเงื่อนไขก็ตาม ปรากฏว่าเจ้าหนี้ทำสัญญาเช่าอาคารกับลูกหนี้เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2544 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2546 มูลแห่งหนี้จึงเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ สำหรับค่าเช่าล่วงหน้าของเดือนตุลาคม 2544 จำนวน 85,000 บาท ที่เจ้าหนี้ชำระให้แก่ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าอาคารข้อ 2 นั้น เจ้าหนี้ให้การต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในชั้นสอบสวนคำขอรับชำระหนี้ว่า ปัจจุบันเจ้าหนี้ยังเช่าอาคารดังกล่าวอยู่โดยนำเงินค่าเช่าที่ต้องชำระให้ลูกหนี้ส่งให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แสดงว่าลูกหนี้ได้ให้เจ้าหนี้ใช้ประโยชน์ในอาคารที่เช่าตามสัญญาซึ่งรวมถึงเดือนตุลาคม 2544 แล้ว เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าล่วงหน้าของเดือนดังกล่าวคืน จึงขอรับชำระหนี้ส่วนนี้ไม่ได้ ส่วนเงินประกันการเช่าอาคารจำนวน 300,000 บาท และเงินประกันค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ จำนวน 100,000 บาท ที่เจ้าหนี้ชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าอาคารข้อ 3 รวมเป็นเงิน 400,000 บาท ลูกหนี้จะคืนให้เจ้าหนี้เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่า และได้ส่งมอบอาคารที่เช่าพร้อมทรัพย์สินในอาคารเป็นที่เรียบร้อยถูกต้องครบถ้วนแล้ว โดยสัญญาเช่าอาคารจะครบกำหนดวันที่ 30 กันยายน 2547 จึงเป็นหนี้ในอนาคต แม้ยังไม่ถึงกำหนดชำระก็ตามเจ้าหนี้ก็มีสิทธินำมาขอรับชำระหนี้ได้ตามบทบัญญัติดังกล่าว ทั้งขณะที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้สัญญาเช่าอาคารได้ครบกำหนดแล้ว ที่ศาลล้มละลายกลางไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ส่วนนี้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังขึ้นบางส่วน" พิพากษาแก้เป็นว่า อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นเงิน 1,930,000 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (7) โดยมีเงื่อนไขว่าเงินประกันการเช่าอาคารจำนวน 300,000 บาท ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เมื่อได้ส่งมอบอาคารที่เช่าพร้อมทรัพย์สินในอาคารที่เช่าแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยถูกต้องครบถ้วนแล้ว ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4388/2548 บริษัทบริหารสินทรัพย์พญาไท จำกัด โจทก์ นายธรรมนูญ บูรณะเสริมสม เจ้าหนี้ นางนาตยาหรือสุกฤตา รัตน์นีรนาทหรือเภกะนันทน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทบริหารสินทรัพย์พญาไท จำกัด · เจ้าหนี้ - นายธรรมนูญ บูรณะเสริมสม · จำเลย - นางนาตยาหรือสุกฤตา รัตน์นีรนาทหรือเภกะนันทน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ วายุภาพ · สมชาย พงษธา · อุดมศักดิ์ นิติมนตรี
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1506/2542ฎีกา 4642/2540ฎีกา 1252/2530ฎีกา 8080/2538ฎีกา 865/2510ฎีกา 2634/2534ฎีกา 374/2534ฎีกา 4851/2545ฎีกา 997/2510ฎีกา 1679/2551ฎีกา 1890/2537ฎีกา 2649/2522ฎีกา 6555/2542ฎีกา 8853/2550ฎีกา 5303/2533ฎีกา 1282-1288/2502ฎีกา 6052/2531ฎีกา 2006/2528ฎีกา 6066/2539ฎีกา 1064/2522ฎีกา 4799/2539ฎีกา 581/2544ฎีกา 3514/2551ฎีกา 5442/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ