⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3372/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3372/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขับขี่รถโดยประมาทที่อาจเกิดอันตรายแก่บุคคลอื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูงปราศจากความระมัดระวัง เมื่อจำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์แซงรถยนต์ปิกอัพแล้วหากจำเลยต้องการจะแซงรถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขับขี่ จำเลยสามารถที่จะแซงได้ทันทีเพราะขณะนั้นบนถนนไม่มีรถแล่นสวนมาแต่การที่จำเลยไม่แซงทันทีโดยปักปาดหน้ารถยนต์ปิกอัพเข้าทางด้านซ้ายเสียก่อนแล้วจึงหักออกทางด้านขวาเพื่อแซงรถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขับขี่อีกนั้น เป็นการกระทำที่อาจเกิดอันตรายได้เนื่องจากระยะห่างระหว่างรถยนต์ปิกอัพกับรถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขับขี่นั้นมีเพียงไม่เกิน 15 เมตร น้อยเกินไปกว่าที่จำเลยจะกระทำเช่นนั้นได้ และการกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ทั้งสองคันชนกันล้มกลิ้งครูดไปตามถนน เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.291

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157 จำเลยให้การปฎิเสธ ระหว่างพิจารณา นางสุวรรณ ภัณฑารักษ์สกุล ภริยานายวิสุทธิ์ ภัณฑารักษ์สกุล ผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522มาตรา 43, 157 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 2 ปี คำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นที่โจทก์และจำเลยไม่โต้เถียงกันฟังได้ว่า วันเวลาเกิดเหตุ จำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์ชนรถจักรยานยนต์ซึ่งผู้ตายขับขี่อยู่ เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ทั้งสองคันล้มครูดไปกับถนน คนทั้งสองได้รับบาดเจ็บและผู้ตายถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา ข้อที่ต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกามีว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ นายชุมพลพยานโจทก์เบิกความว่า ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์คู่มากับผู้ตาย พอมาถึงหน้าโรงน้ำปลาตรานกนางแอ่นที่เกิดเหตุ นายชุมพลบอกผู้ตายว่าจะรีบไปเที่ยวงานหลวงพ่อบ้านแหลมต่อแล้วเร่งเครื่องยนต์ขึ้นหน้ารถจักรยานยนต์ของผู้ตายไปได้ประมาณ 15เมตร ก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่งดังกลั่นขึ้นทางด้านหลังและมีเสียงดังโครมและเสียงเครื่องยนต์เงียบหายไป นายชุมพลจึงชะลอรถจักรยานยนต์แล้วหันไปดูเห็นรถจักรยนต์ของผู้ตายกับรถจักรยานยนต์ของจำเลยชนกันล้มกลิ้งครูดไถไปตามถนน และนายสมพงษ์ ตันกิม พยานโจทก์อีกปากหนึ่งเบิกความว่านายสมพงษ์ขับรถยนต์ปิดอัพตามหลังรถจักรยานยนต์ที่นายชุมพลและผู้ตายขับขี่ห่างประมาณ 15 เมตร พอถึงที่เกิดเหตุ จำเลยซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังรถยนต์ปิกอัพมาด้วยความเร็วสูงนั้นได้ขับขี่แซงรถยนต์ปิดอัพของนายสมพงษ์พอพ้นไปประมาณ 5-6 เมตร ก็หักปาดหน้ารถยนต์ปิกอัพเข้าทางด้านซ้าย และหักออกทางด้านขวาอีกทันทีเพื่อจะแซงรถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขับขี่ แต่ไม่พ้น จึงชนรถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขับขี่ประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสองปากเบิกความสอดคล้องต้องกัน และตามแผนที่สังเขปแสดงบริเวณที่เกิดเหตุเอกสารหมาย จ.2 มีรอยครูดยาว3.2 เมตร ด้านซ้ายของเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนและมีเศษกระจกตกอยู่หน้ารอยครูดนี้ แสดงว่ารถจักรยานยนต์ทั้งสองคันชนกันบนถนนด้านซ้ายของเส้นแบ่งกึ่งกลางถนน เมื่อรถจักรยานยนต์ล้มครูดไปตามถนนจึงเกิดรอยครูดดังกล่าวซึ่งเป็นหลักฐานสนับสนุนคำเบิกความของประจักษ์พยานทั้งสองให้มีน้ำหนักยิ่งขึ้น คดีฟังได้ว่าจำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูง แซงรถยนต์ปิกอัพของนายสมพงษ์ขึ้นไปชนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายซึ่งแล่นอยู่ข้างหน้า ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ผู้ตายเลี้ยวรถจักรยานยนต์กลับโดยกระทันหันโดยไม่ดูรถที่แล่นตามหลังมาเป็นเหตุให้ชนกับรถจักรยานยนต์ที่จำเลยขับขี่และกำลังจะแซงดังจำเลยต่อสู้ เพราะถ้าเป็นเหตุการณ์ดังกล่าว รถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขับขี่จะต้องถูกชนบนถนนด้านขวาของเส้นแบ่งกึ่งกลางถนน จำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูงปราศจากความระมัดระวัง เมื่อจำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์แซงรถยนต์ปิกอัพของนายสมพงษ์แล้ว หากจำเลยต้องการจะแซงรถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขับขี่ จำเลยสามารถที่จะแซงได้ทันที เพราะขณะนั้นบนถนนไม่มีรถแล่นสวนมา แต่การที่จำเลยไม่แซงทันทีโดยหักปาดหน้ารถยนต์ปิดอัพเข้าทางด้านซ้ายเสียก่อนแล้วจึงหักออกทางด้านขวาเพื่อแซงรถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขับขี่อีกนั้น เป็นการกระทำที่อาจเกิดอันตรายได้ เนื่องจากระยะห่างระหว่างรถยนต์ปิกอัพกับรถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขับขี่นั้นมีเพียงไม่เกิน 15 เมตร น้อยเกินไปกว่าที่จำเลยจะทำเช่นนั้นได้และการกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ทั้งสองคันชนกันล้มกลิ้งครูดไปตามถนนเข้าไปในถนนด้านขวา จำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความคึกคะนองปราศจากความระมัดระวังโฉบซ้ายโฉบขวา ชนกับรถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขับขี่เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3372/2533 พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรสงคราม โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาง สุวรรณ ภัณฑารักษ์ สกุล โจทก์ร่วม โจทก์ นาย ธำรงค์ ทิมฤกษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรสงคราม · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาง สุวรรณ ภัณฑารักษ์ สกุล โจทก์ร่วม · จำเลย - นาย ธำรงค์ ทิมฤกษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวิทย์ ธีรพงษ์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 3426/2516ฎีกา 766/2507ฎีกา 1814/2539ฎีกา 1167/2530ฎีกา 3825/2528ฎีกา 2731/2535ฎีกา 2869/2553ฎีกา 917/2530ฎีกา 2680/2531ฎีกา 96/2529ฎีกา 3382/2542ฎีกา 870/2536ฎีกา 1432/2535ฎีกา 4293/2565ฎีกา 4526/2546ฎีกา 7705/2549ฎีกา 4926/2552ฎีกา 609/2511ฎีกา 461/2536ฎีกา 9413/2552ฎีกา 1909/2516ฎีกา 2377/2527ฎีกา 2588/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ