⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 717/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 717/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การป้องกันโดยสำคัญผิดว่าภยันตรายนั้นมีอยู่จริง แต่ความสำคัญผิดนั้นเกิดจากความประมาท และการกระทำเพื่อป้องปัดนั้นเกินกว่ากรณีจำเป็นตามสมควรแก่เหตุ ถือว่าเป็นการป้องกันเกินกว่าเหตุ การกระทำความผิดฐานลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ จะต้องมีเจตนาเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย การที่เจ้าพนักงานกระทำหรือละเว้นการกระทำในตำแหน่งอันมิชอบ เพื่อช่วยเหลือตนเองและก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ถือเป็นความผิดตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีปากเสียงกับพวกผู้ตายก่อนเกิดเหตุ เมื่อผู้ตายเดินมาหาพวก ซึ่งพากันออกมายืนหน้าร้านพร้อมกับจำเลย ผู้ตายก้มลงเก็บของตกห่างจำเลยประมาณ 2 วา จำเลยซึ่งมีอาการเมาสุราอยู่ด้วย สำคัญผิดว่าผู้ตายจะทำร้ายตนจึงชักปืนยิงผู้ตาย เช่นนี้เป็นการเข้าใจโดยไม่มีเหตุอันควร และแม้ความสำคัญผิดจะเกิดจากความประมาทก็เป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวที่เกินสมควรแก่เหตุ ความผิดฐานลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพตาม มาตรา199 จะต้องกระทำด้วยความมุ่งหมายเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย จึงจะเข้าองค์ประกอบความผิด ความผิดตามมาตรา 200ฐานเป็นเจ้าพนักงานกระทำหรือละเว้นกระทำในตำแหน่งอันมิชอบ จะต้องมีความมุ่งหมายเพื่อช่วยบุคคลอื่น จึงจะเป็นความผิดตามมาตรานี้ หากเพื่อช่วยเหลือตัวผู้กระทำผิดเอง และเกิดเสียหายแก่ผู้อื่น ย่อมเป็นความผิดตาม มาตรา 157 ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยฆ่าผู้ตายโดยสำคัญผิดอันเกิดจากความประมาท โจทก์ฎีกาให้ลงโทษฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาได้ เพราะเป็นปัญหาเรื่องกรรมเดียวเป็นผิดกฎหมายหลายบท เมื่อศาลล่างลงโทษจำคุกจำเลย 6 ปีจึงไม่ต้องห้ามฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.149 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายอาญา ม.62 ประมวลกฎหมายอาญา ม.84 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ประมวลกฎหมายอาญา ม.199 ประมวลกฎหมายอาญา ม.200 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.291

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ รักษาการในตำแหน่งผู้บังคับกองสถานีตำรวจภูธรบังอาจกระทำผิดหลายบทกระทง คือ๑. ใช้อาวุธปืนยิงนายเสือ พุ่มจันทร์ ถึงแก่ความตายโดยเจตนา ๒. ใช้อาวุธปืนยิงขู่ขัดขวางมิให้นายสุทินกับพวกกล้าเข้ามาแจ้งความที่สถานีตำรวจภายหลังเกิดเหตุแล้ว ๓. สั่งการวานใช้ให้ย้ายศพผู้ตายไปเผาโดยไม่มีการชันสูตรพลิกศพ ๔. ใช้ให้พลตำรวจเสนอบันทึกข้อความซึ่งจำเลยรู้ว่าเป็นความเท็จลงในสมุดรายงานเบ็ดเสร็จประจำวัน ๕. ทำสำนวนการสอบสวนบิดเบือนความจริง ใช้อุบายหลอกลวงให้พยานลงชื่อในคำให้การโดยไม่อ่านให้ฟัง และละเว้นไม่สอบสวนพยานอีกหลายคนซึ่งการกระทำทั้งหมดนี้เป็นการปฏิบัติและละเว้นปฏิบัติการในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อช่วยตัวเองมิให้ต้องรับโทษ และเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๐๐, ๑๙๙, ๑๕๗,๘๔ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๑๓ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔๙, ๑๕๐, ๑๕๔ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๕ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๘ ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อหา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานใช้อาวุธปืนยิงนายเสือตายโดยสำคัญผิดอันเกิดจากความประมาทว่าผู้ตายเป็นคนร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๖๒ วรรค ๒ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๙๑ จำคุกไว้ ๖ ปีกระทงหนึ่ง ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขัดขวางไม่ให้นายสุทินกับพวกแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๑๓ให้จำคุกจำเลยไว้ ๒ ปี กระทงหนึ่งและฐานจัดการและสั่งการให้ลอบย้ายและทำลายศพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๙๙, ๘๔ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔๙ อันเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงตามมาตรา ๑๙๙ อันเป็นบทหนักโดยให้จำคุกไว้มีกำหนด ๑ ปี อีกกระทงหนึ่ง รวมเรียงกระทงลงโทษจำเลยทั้งหมดมีกำหนด๑๐ ปี ให้ริบของกลาง คำขออื่นให้ยก โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยสำคัญผิดว่าจะทำร้ายจำเลยด้วยความประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๖๒ วรรค ๒ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๙๑ กระทงหนึ่งฐานเป็นเจ้าพนักงานสั่งให้ย้ายศพผู้ตายกระทงหนึ่ง ฐานสั่งให้พลตำรวจเสนอบันทึกข้อความเท็จลงในสมุดรายงานเบ็ดเสร็จประจำวัน ฐานทำสำนวนสอบสวนไม่ตรงกับความจริงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๑๓ ส่วนข้อหาว่าขัดขวางนายสุทินกับพวกมิให้แจ้งความและทำลายศพผู้ตายฟังว่าไม่ผิด ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๙๑ ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุดตาม มาตรา ๙๑ จำคุกไว้ ๖ ปีริบของกลางข้อหาอื่นให้ยก โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงในข้อหาฆ่าผู้ตายว่าก่อนเกิดเหตุ จำเลยมีปากเสียงกับนายสุทินกับพวกในร้านอาหาร เมื่อออกจากร้าน ผู้ตายออกจากป้อมยามตำรวจตรงมาที่นายสุทินกับพวกขณะห่างจากจำเลยประมาณ๒ วา ผู้ตายทำของตกก้มลงเก็บ ขณะนั้นจำเลยซึ่งมีอาการเมาสุราด้วยน่าจะสำคัญผิดว่าผู้ตายจะทำร้ายตน จึงชักปืนยิงผู้ตายอันเป็นการเข้าใจเหตุการณ์เองโดยไม่มีเหตุสมควร และแม้จะถือว่าการสำคัญผิดเกิดขึ้นด้วยความประมาท การกระทำของจำเลยก็เป็นการเกินสมควรแก่เหตุจำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๖๘, ๖๙ในข้อหาขัดขวางนายสุทินกับพวกแจ้งความและไม่รับแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ฟังว่าผิด แต่มิใช่กระทำเพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับผิดจึงเป็นผิดตามมาตรา ๑๕๗ ไม่ผิดตามมาตรา ๒๐๐ ในข้อหาสั่งให้พลตำรวจเสนอบันทึกข้อความเท็จ ฟังว่าเท็จ เฉพาะเรื่องราวขณะเกิดเหตุไม่เท็จในเรื่องชัณสูตรพลิกศพ และฟังว่าผิดในข้อหาทำสำนวนสอบสวนเท็จแต่เนื่องจากมิใช่ทำเพื่อให้ผู้อื่นพ้นผิดจึงเป็นผิดตามมาตรา ๑๕๗มิใช่มาตรา ๒๐๐ ส่วนในข้อหาลอบย้ายทำลายศพ กรณีฟังไม่ได้ว่าเป็นการทำเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตายและไม่เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต จึงไม่เป็นผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗, ๑๙๙ และ ๒๐๐ ประเด็นข้อสุดท้ายที่จำเลยแก้ฎีกาว่าโจทก์ฎีกาในข้อหาฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาไม่ได้เพราะศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันมา ให้ยกฟ้องความผิดฐานนี้เห็นว่าการที่จำเลยยิงผู้ตายจะเป็นผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาหรือโดยประมาท เป็นปัญหากรรมเดียวผิดกฎหมายบทใดบ้าง เมื่อศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๖ ปี จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามมาตรา ๒๑๙พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดฐานฆ่านายเสือตายโดยเจตนาโดยการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๖๘, ๖๙ จำคุก ๖ ปีกระทงหนึ่ง และมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยขัดขวางและไม่รับแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษและสั่งให้พลตำรวจเสนอ นิ่มคำ บันทึกลงในสมุดรายงานเบ็ดเสร็จประจำวันตามฟ้องข้อ (ง) และตามฟ้องข้อ (ฉ)ทำสำนวนการสอบสวนไม่ตรงกับความจริงตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓ อีกกระทงหนึ่ง แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘ประกอบด้วยมาตรา ๖๘, ๖๙ ซึ่งเป็นกระทงที่หนักที่สุดตามมาตรา ๙๑จำคุก ๖ ปี ริบหัวกระสุนของกลาง ข้อหาของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกเสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 717/2511 พนักงานอัยการจังหวัดสุโขทัย โจทก์ ร้อยตำรวจเอกทอง ดีแท้ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุโขทัย · จำเลย - ร้อยตำรวจเอกทอง ดีแท้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเชียร เศวตรุนทร์ · จิตติ ติงศภัทิย์ · ประสม เภกะสุต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุโขทัย - นายขจร ทะวานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม เพชรคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 605/2511ฎีกา 218/2555ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1211/2536ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2826/2524ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5957/2530ฎีกา 767/2490ฎีกา 9083/2544ฎีกา 1189/2537ฎีกา 3789/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา