⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3731/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3731/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ชายมีหญิงอื่นฉันภริยาอยู่ก่อน ถือเป็นเหตุสำคัญอันเกิดแก่ชายนั้น ทำให้หญิงที่ถูกหมั้นไม่สมควรสมรสกับชายดังกล่าว และหญิงที่ถูกหมั้นมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นได้โดยไม่ต้องคืนของหมั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ได้หญิงรับใช้ในบ้านโจทก์เป็นภริยามาเป็นเวลานาน ถือได้ว่าโจทก์อุปการะเลี้ยงดูและยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาอยู่ จึงมีเหตุสำคัญอันเกิดแก่โจทก์ทำให้จำเลยซึ่งเป็นคู่หมั้น ของโจทก์ไม่สมควรสมรสกับโจทก์ จำเลยมิใช่เป็นฝ่ายผิด สัญญาหมั้น จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นได้โดยไม่ต้องคืนของหมั้นให้แก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1443 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1516

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนของหมั้นรวมราคา 426,500 บาทให้แก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ก็ให้ใช้ราคา 426,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวนดังกล่าวตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า จำเลยทำสัญญาหมั้นกับโจทก์จริงแต่หลังจากทำพิธีหมั้นแล้วยังมิได้กำหนดวันสมรสกัน โจทก์ประพฤติตนเสื่อมเสียเป็นที่น่าอับอายโดยให้หญิงรับใช้ภายในบ้านเป็นภรรยาจนเป็นที่รู้กันทั่วไป และปล่อยให้หญิงคนนั้นพูดจาเสียดสีจำเลยเป็นทำนองว่าจำเลยไปแย่งโจทก์เป็นสามี ทำความอับอายมาสู่จำเลยเป็นอย่างยิ่ง จำเลยจึงไม่สามารถสมรสกับโจทก์ได้ จำเลยไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น จำเลยบอกเลิกสัญญาหมั้นแก่โจทก์และยึดของหมั้นไว้เป็นค่าทดแทนความเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น ทรัพย์สินที่เป็นของหมั้นย่อมตกเป็นสิทธิแก่จำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกคืน พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยไม่ยินยอมสมรสกับโจทก์ เพราะโจทก์ไม่ตกลงยินยอมโอนทรัพย์สินของโจทก์ให้จำเลยครึ่งหนึ่งก่อนนั้น นางสุทธินีย์ หิรัญญพิบูลย์ พยานโจทก์ก็ว่าบิดามารดาจำเลยมีฐานะดี ภายหลังที่จำเลยได้ทำพิธีหมั้นกับโจทก์แล้วจำเลยได้ยอมเปลี่ยนจากนับถือศาสนาพุทธไปทำพิธีนับถือศาสนาคริสต์ตามโจทก์ปรากฏตามภาพถ่ายหมาย ล.4 ถึง ล.7 ทั้งจำเลยได้ไปเยี่ยมเยียนมารดาโจทก์ที่โรงพยาบาลหลายครั้ง พฤติการณ์ของจำเลยแสดงว่าจำเลยพร้อมที่จะทำการสมรสด้วยกับโจทก์ การที่จำเลยไม่ยอมสมรสและบอกเลิกสัญญาหมั้น เชื่อว่าเหตุมาจากที่จำเลยทราบว่าโจทก์ได้นางสาวอำนวยเป็นภรรยาอยู่ก่อนแล้ว ดังคำเบิกความของจำเลย นายวิษณุเงินพิสุทธิ์ศิลป์ บิดาจำเลยและนายวินิจ กลั่นกลอง พี่เขยจำเลยว่า โจทก์ยอมรับต่อบุคคลทั้งสามว่าโจทก์กับนางสาวอำนวยได้เสียเป็นสามีภรรยากันมานานแล้ว ถือได้ว่าโจทก์อุปการะเลี้ยงดูและยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาอยู่ จึงมีเหตุสำคัญอันเกิดแก่โจทก์ทำให้จำเลยซึ่งเป็นคู่หมั้นของโจทก์ไม่สมควรสมรสกับโจทก์ จำเลยมิใช่เป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นได้โดยไม่ต้องคืนของหมั้นให้แก่โจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3731/2533 นาย สมบัติ เจริญ ศักดิ์ โจทก์ นางสาว วัน ดี เงิน พิสุทธิ์ ศิลป์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สมบัติ เจริญ ศักดิ์ · จำเลย - นางสาว วัน ดี เงิน พิสุทธิ์ ศิลป์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุม สุกแสงเปล่ง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · มนู วงศ์แสงจันทร์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4959/2552ฎีกา 2232/2535ฎีกา 1771/2540ฎีกา 4480/2553ฎีกา 1303/2568ฎีกา 2506/2523ฎีกา 1648/2524ฎีกา 11702/2555ฎีกา 2561/2536ฎีกา 7229/2537ฎีกา 1335/2533ฎีกา 1762/2542ฎีกา 735/2535ฎีกา 6516/2552ฎีกา 3741/2526ฎีกา 3596/2546ฎีกา 2851/2551ฎีกา 3563/2548ฎีกา 1094/2539ฎีกา 3520/2536ฎีกา 2561/2561ฎีกา 1568/2524ฎีกา 4402/2539ฎีกา 5983/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา