คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 864/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ไม่ได้เกิดจากการจงใจฆ่ามาแต่ต้น และไม่มีการเตรียมการหรือไตร่ตรองล่วงหน้า ไม่ถือเป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ย่อคำพิพากษา
จำเลยไม่มีสาเหตุโกรธเคืองผู้ตายมาก่อน แม้ภรรยาผู้ตายซึ่งเป็นน้องสาวจำเลยได้มาบอกจำเลยว่าทะเลาะกับผู้ตายและผู้ตายได้ยิงปืนขู่ก็ตาม แต่ผู้ตายไม่ได้ทำร้ายภรรยาจึงไม่น่าจะเป็นเหตุถึงกับทำให้จำเลยต้องการฆ่าผู้ตายในขณะนั้น ทั้งปรากฏว่าภรรยาผู้ตายให้จำเลยไปเอากระบือที่ห้างนามาไว้ที่บ้าน การที่จำเลยคว้าอาวุธปืนไปด้วย อาจเพราะเป็นเวลามืดค่ำจึงเอาไปเพื่อป้องกันตัว และก่อนที่จำเลยจะยิงผู้ตายได้มีการพูดจาทักทาย กันก่อนแล้ว จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย หาได้ยิงในทันทีที่พบผู้ตายไม่ ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยคิดฆ่าผู้ตายมาแต่ต้นจึงไม่เป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนเดี่ยวลูกซองยาวขนาด ๑๒ จำนวน๑ กระบอก ซึ่งไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้และกระสุนปืนลูกซองขนาด ๑๒ จำนวน ๒ นัด โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมายและได้พาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในทางสาธารณะในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วจำเลยใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงผู้ตายโดยมีเจตนาฆ่าและไตร่ตรองไว้ก่อน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๓๒, ๓๓, ๙๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯพ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ และริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้ประหารชีวิต และฐานมีกับพาอาวุธปืนจำคุกกระทงละ ๓ ปีลดโทษให้หนึ่งในสาม เมื่อรวมทุกกระทงความผิดแล้วให้จำคุกไว้ตลอดชีวิต ของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำคุก ๑๘ ปี ฐานมีอาวุธปืนจำคุก ๑ ปี ฐานพาอาวุธปืน จำคุก ๖ เดือน รวม ๑๙ ปี ๖ เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๑๓ ปี
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าตัวจำเลยมีสาเหตุโกรธเคืองผู้ตายมาก่อน ที่นางสายพานภรรยาผู้ตายซึ่งเป็นน้องสาวจำเลยมาบอกว่าทะเลาะกับผู้ตายและผู้ตายได้ยิงปืนขู่นั้น ผู้ตายก็ไม่ได้ทำร้ายนางสายพานแต่อย่างใด ไม่น่าจะเป็นเหตุถึงกับทำให้จำเลยต้องการฆ่าผู้ตายในขณะนั้น และยังปรากฏว่านางสายพานให้จำเลยไปเอากระบือที่ห้างนามาไว้ที่บ้านด้วย การที่จำเลยคว้าอาวุธปืนไปด้วย อาจเพราะเป็นเวลามืดค่ำแล้ว จำเลยอาจเอาไปเพื่อป้องกันตัวก็ได้ นอกจากนั้นยังปรากฏจากคำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยเอกสารหมาย ป.จ.๔ อีกว่า ก่อนที่จำเลยจะยิงผู้ตายยังได้มีการพูดจาทักทายก่อนแล้วจำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย หาได้ยิงในทันทีที่พบผู้ตายไม่ เช่นนี้ ข้อเท็จจริงจึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยคิดฆ่าผู้ตายมาแต่ต้น การกระทำผิดของจำเลยไม่เป็นดังที่โจทก์ฎีกา คำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์อ้างมานั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 864/2533
พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์
นายสมควร กระจ่างคุณ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นายสมควร กระจ่างคุณ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำลอง สุขศิริ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายทรงศิลป์ ธรรมรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชัยนาท พันตาวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา