⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5358/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5358/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว ให้จำหน่ายคดีที่เจ้าหนี้อื่นฟ้องไว้เสีย โดยไม่คำนึงถึงว่าคดีอื่นนั้นศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในเวลาต่อมาหรือไม่ และเจ้าหนี้ค่าภาษีอากรก็ถือเป็น "เจ้าหนี้อื่น" ตามมาตรานี้

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 15 มีความหมายถึง การที่ศาลสั่งในคดีหนึ่งคดีใดให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว ก็ให้จำหน่ายคดีซึ่งเจ้าหนี้อื่นฟ้องไว้เสีย โดยมิต้องคำนึงถึงว่า คดีอื่นนั้น ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในเวลาต่อมาหรือไม่ และ เจ้าหนี้ค่าภาษีอากรย่อมอยู่ในความหมายของคำว่า "เจ้าหนี้อื่น" ใน มาตรานี้ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.15

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยค้างชำระหนี้ค่าภาษีอากรแก่โจทก์อยู่จำนวน 542,472.48 บาท จำเลยเป็นบุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา เดิมศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 ต่อมาศาลชั้นต้นได้รับรายงานจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า จำเลยได้ถูกศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ ล.749/2531 ของศาลชั้นต้น ระหว่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด โจทก์ บริษัท พี.แอนด์.ที อิมปอร์ตเอกซปอร์ต จำกัด หรือ บริษัท ฟิลลิป แอนด์ โทมัสอิมปอร์ตเอกซปอร์ต จำกัด กับพวก จำเลยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2531 ซึ่งเป็นวันก่อนที่โจทก์จะฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์ออกเสียจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในคดีของโจทก์แล้ว ศาลชั้นต้นจึงควรพิจารณาคดีของโจทก์ต่อไป ไม่ชอบที่จะมีคำสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์นั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 15 บัญญัติไว้ว่า "ตราบใดที่ลูกหนี้ยังมิได้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดจะฟ้องลูกหนี้นั้นเป็นคดีล้มละลายอีกก็ได้ แต่เมื่อศาลได้สั่งในคดีหนึ่งคดีใดให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว ให้จำหน่ายคดีล้มละลายซึ่งเจ้าหนี้อื่นฟ้องลูกหนี้คนเดียวกันนั้น" บทบัญญัติดังกล่าวจึงหมายความถึง กรณีที่ศาลสั่งในคดีหนึ่งคดีใดให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว ก็ให้จำหน่ายคดีซึ่งเจ้าหนี้อื่นฟ้องไว้เสีย โดยมิต้องคำนึงถึงว่า คดีอื่นนั้นศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในเวลาต่อมาหรือไม่เมื่อข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่า จำเลยได้ถูกธนาคารกรุงเทพ จำกัด เป็นโจทก์ฟ้องเป็นคดีล้มละลายอีกคดีหนึ่งและคดีนั้นศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2531 ก่อนวันที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ กรณีจึงตกอยู่ในบังคับของมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ดังกล่าวข้างต้น ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่ามาตรา 15ดังกล่าวก็หาได้บัญญัติไว้แจ้งชัดว่า คำว่าเจ้าหนี้อื่นนั้นหมายความรวมถึงเจ้าหนี้ค่าภาษีอากรและจังกอบด้วย ทั้งมาตรา 130 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 130 ได้บัญญัติให้เจ้าหนี้ค่าภาษีอากรและจังกอบที่ถึงกำหนดชำระภายในหกเดือนก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์มีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนหนี้อื่น ๆ นั้นเห็นว่า ตามบทบัญญัติในมาตรา 15 ดังกล่าวมิได้บัญญัติยกเว้นถึงเจ้าหนี้ค่าภาษีอากรและจังกอบไว้เป็นพิเศษ จึงต้องรวมอยู่ในหมายความของคำว่า "เจ้าหนี้อื่น" ทั้งบทบัญญัติในมาตรา 130 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ก็เป็นกรณีที่โจทก์จะมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่น ๆ ซึ่งเป็นคนละเรื่องและคนละขั้นตอนกับคดีนี้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5358/2534 กรมสรรพากร โจทก์ บริษัท พี.แอนด์.ที อิมปอร์ตเอกซปอร์ต จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมสรรพากร · จำเลย - บริษัท พี.แอนด์.ที อิมปอร์ตเอกซปอร์ต จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ ธารีสาร · สวิน อักขรายุธ · จรัส อุดมวรชาติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 662/2525ฎีกา 1343/2505ฎีกา 3351/2540ฎีกา 2696/2551ฎีกา 1/2514ฎีกา 3361/2540ฎีกา 3907/2547ฎีกา 5396/2550ฎีกา 634/2554ฎีกา 154/2535ฎีกา 279/2538ฎีกา 4134/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ