⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2696/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2696/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว ศาลล้มละลายกลางไม่มีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยนั้นอีกต่อไป.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาคดีย่อมอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาที่จะทำคำสั่งหรือคำพิพากษาต่อไป การที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งจำหน่ายคดีในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ภายหลังจากที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 แล้ว คำสั่งของศาลล้มละลายกลางจึงไม่ชอบให้เพิกถอนคำสั่งของศาลล้มละลายกลางดังกล่าว เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ในคดีนี้เป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีล้มละลายของศาลล้มละลายกลาง คดีหมายเลขแดงที่ 3940/2549 ซึ่งศาลล้มละลายกลางในคดีดังกล่าวมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดก่อนที่จะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดในคดีนี้ กรณีต้องจำหน่ายคดีของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 15 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลายฯ มาตรา 28

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 ม.28 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.15

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสามเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยทั้งสามไม่ยื่นคำให้การและจำเลยที่ 1 และที่ 3 ขาดนัดพิจารณา ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 และที่ 3 เด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 และที่ 3 เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควรกับพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีหนังสือที่ ยธ 0509/6302 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2550 แจ้งไปยังศาลล้มละลายกลางขอให้มีคำสั่งจำหน่ายคดีของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้เสีย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 15 ศาลล้มละลายกลางพิจารณาแล้วมีคำสั่งจำหน่ายคดีในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความ ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "เมื่อศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาแล้วคดีย่อมอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาที่จะทำคำสั่งหรือคำพิพากษาต่อไป การที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งจำหน่ายคดีในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความภายหลังจากที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 แล้ว คำสั่งของศาลล้มละลายกลางจึงไม่ชอบ ให้เพิกถอนคำสั่งของศาลล้มละลายกลางดังกล่าวเสีย แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ในคดีนี้เป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีล้มละลายของศาลล้มละลายกลาง คดีหมายเลขแดงที่ 3940/2549 ซึ่งศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดในคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2549 อันเป็นระยะเวลาก่อนที่จะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดในคดีนี้ กรณีต้องจำหน่ายคดีของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 15 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 28 การที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดในคดีนี้อีกเป็นการไม่ชอบ" พิพากษายกคำสั่งศาลล้มละลายกลางที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาด และให้จำหน่ายคดีของจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2696/2551 ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายศุภมิตรหรือศุภมิศร์ พวะกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายศุภมิตรหรือศุภมิศร์ พวะกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กีรติ กาญจนรินทร์ · กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ · ณรงค์พล ทองจีน
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 662/2525ฎีกา 6448/2550ฎีกา 5358/2534ฎีกา 1343/2505ฎีกา 6517/2550ฎีกา 3351/2540ฎีกา 1117/2545ฎีกา 3335/2551ฎีกา 2704/2549ฎีกา 1/2514ฎีกา 3361/2540ฎีกา 3155/2559ฎีกา 3907/2547ฎีกา 2273/2551ฎีกา 5396/2550ฎีกา 634/2554ฎีกา 154/2535ฎีกา 279/2538ฎีกา 4134/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ