⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2104/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้ยืมเงิน ถือเป็นการต่อสู้คดีในประเด็นความสมบูรณ์ของสัญญาว่าโจทก์ได้ส่งมอบเงินที่ยืมให้แก่จำเลยแล้วหรือไม่

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินที่กู้ยืมไป จำเลยให้การว่าจำเลยไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ เป็นคำให้การที่ชัดแจ้งว่า จำเลยปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ว่าสัญญากู้ยืมเงินไม่บริบูรณ์เพราะโจทก์ไม่ส่งมอบเงินที่ยืม คดีจึงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในปัญหาดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันกู้ยืมเงินโจทก์จำนวน60,000 บาท กำหนดชำระคืนในวันที่ 9 พฤษภาคม 2530 โจทก์คิดดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่จำเลยทั้งสองกู้ยืมเงินไปไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์ ขอให้จำเลยทั้งสองชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 เป็นสามีของจำเลยที่ 2เดิมจำเลยที่ 2 เป็นหนี้โจทก์ โจทก์ทราบว่าจำเลยที่ 1 จะขายที่ดิน เพื่อป้องกันมิให้จำเลยที่ 1 บิดพลิ้วไม่ยอมแบ่งเงินที่ขายได้ให้แก่จำเลยที่ 2 โจทก์จึงให้จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้ยืมเงินตามฟ้อง เพื่อโจทก์จะเอาเงินจากจำเลยที่ 2 มาชำระหนี้จำเลยที่ 1 ไม่เคยรับเงินกู้ยืมจากโจทก์จึงไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์สัญญากู้ยืมเงินเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ไม่ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดแต่โจทก์ไม่ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อเดือนพฤษภาคม 2529 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.1 ให้แก่โจทก์ โดย จำเลยที่ 1 เป็นผู้เขียนสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าว คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 1ว่า คำให้การของจำเลยที่ 1 มีประเด็นให้ศาลวินิจฉัยหรือไม่และโจทก์ได้ส่งมอบเงินตามสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.1 ให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้วหรือไม่ ปัญหาข้อแรกนั้นจำเลยที่ 1 ให้การไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์จึงเป็นการที่จำเลยที่ 1 ปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ว่าสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.1 ไม่บริบูรณ์เพราะโจทก์ไม่ได้ส่งมอบเงินที่ยืมคดีมีประเด็นให้ต้องวินิจฉัยในปัญหาดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1ไม่รับวินิจฉัยให้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 1ในข้อแรกนี้ฟังขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2535 นาง เขียว มัด จุ ปะ โจทก์ นาย บุญ เลิศ แนว จำปา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง เขียว มัด จุ ปะ · จำเลย - นาย บุญ เลิศ แนว จำปา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล รางชางกูร · วิทวัส อยู่วัฒนา · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 42/2498ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 647/2521ฎีกา 369/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 370/2506ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 5438/2537ฎีกา 85/2540ฎีกา 8543/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา