⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 362/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 362/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องโจทก์ที่บรรยายถึงสภาพแห่งข้อหาและเหตุแห่งข้อหาโดยชัดแจ้ง ไม่จำเป็นต้องบรรยายรายละเอียดที่จะนำสืบในชั้นพิจารณา ฟ้องเช่นนี้ไม่ถือว่าเคลือบคลุม.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่โดยกล่าวถึงสภาพแห่งข้อหาว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้เช่าอาคารพิพาทจากโจทก์ และบรรยายถึงเหตุแห่งข้อหาคือโจทก์มีหนังสือบอกเลิกการเช่าอันทำให้สัญญาเช่าระงับไปแล้วแต่จำเลยทั้งสองก็ยังครอบครองอาคารพิพาทของโจทก์อยู่โดยไม่มีสิทธิ โจทก์หาจำต้องกล่าวให้ละเอียดว่า จำเลยที่ 1 เริ่มเช่าอาคารพิพาทจากใคร ตั้งแต่เมื่อใด มีหลักฐานการเช่าหรือไม่ข้อตกลงในการเช่ามีอย่างไร และสัญญาเช่าสิ้นสุดลงเมื่อใดไม่เพราะเป็นรายละเอียดที่จะนำสืบในชั้นพิจารณาได้ ดังนี้ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายดรุณวิสุทธาจาร เป็นผู้ฟ้องและดำเนินคดีนี้แทน โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอาคารพาณิชย์เลขที่ 72 ถนนรถไฟ ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ซึ่งปลูกสร้างในที่ดินที่เช่าจากการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยโจทก์ได้ซื้ออาคารดังกล่าวจากนายบุญเยี่ยมรัตนกุล เมื่อปี 2502 ในราคา 60,000 บาท จำเลยที่ 1 เป็นบิดาจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองได้เช่าอาคารดังกล่าวจากโจทก์ในอัตราค่าเช่าเดือนละ 2,000 บาท ต่อมาวันที่ 1 ธันวาคม 2530 โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยทั้งสองเช่าอาคารต่อไป จึงได้มีหนังสือบอกเลิกการเช่าและให้จำเลยทั้งสองส่งมอบอาคารคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย คิดค่าเสียหายนับตั้งแต่เลิกสัญญาจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 7,600 บาท ปัจจุบันอาคารดังกล่าวโจทก์สามารถนำออกให้บุคคลภายนอกเช่าได้ในอัตราเดือนละ 3,000 บาทขอให้บังคับจำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากอาคารดังกล่าว และส่งมอบคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 7,600 บาท กับค่าเสียหายอีกเดือนละ3,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารจะออกไปจากอาคารดังกล่าว จำเลยทั้งสองให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โดยกล่าวอ้างแต่เพียงว่าจำเลยที่ 1 เช่าอาคารของโจทก์ในอัตราเช่าเดือนละ2,000 บาท โดยมิได้แสดงให้ชัดว่าจำเลยที่ 1 เช่าอาคารจากผู้ใดตั้งแต่เมื่อไร และการเช่ามีหลักฐานหรือไม่ ทั้งมิได้แสดงให้เห็นรายละเอียดของข้อตกลง ระยะเวลาเริ่มต้นและระยะเวลาสิ้นสุดการเช่า ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยทั้งสองพร้อมด้วยบริวารออกไปจากอาคารพาณิชย์ เลขที่ 72 ถนนรถไฟ ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลาจังหวัดยะลา และส่งมอบอาคารดังกล่าวคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 7,600 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับฎีกาเฉพาะในข้อกฎหมายที่ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่เท่านั้น ในปัญหาดังกล่าวโจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อาคารพิพาทซึ่งปลูกสร้างในที่ดินที่เช่าจากการรถไฟแห่งประเทศไทยจำเลยทั้งสองได้เช่าอาคารพิพาทจากโจทก์ ค่าเช่าครั้งหลังสุดเดือนละ 2,000 บาท ต่อมาวันที่ 1 ธันวาคม 2530 โจทก์มีหนังสือบอกเลิกการเช่าและให้จำเลยทั้งสองส่งมอบอาคารพิพาทคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย เห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องโดยกล่าวถึงสภาพแห่งข้อหาว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้เช่าอาคารพิพาทจากโจทก์และบรรยายถึงเหตุแห่งข้อหา คือโจทก์มีหนังสือบอกเลิกการเช่าอันทำให้สัญญาเช่าระงับไปแล้ว แต่จำเลยทั้งสองก็ยังครอบครองอาคารพิพาทของโจทก์อยู่โดยไม่มีสิทธิ ฟ้องของโจทก์จึงได้บรรยายโดยชัดแจ้งแล้ว โจทก์หาจำต้องกล่าวให้ละเอียดไปถึงว่าจำเลยที่ 1 เริ่มเช่าอาคารพิพาทจากใคร ตั้งแต่เมื่อใด มีหลักฐานการเช่าหรือไม่ข้อตกลงในการเช่ามีอย่างไรและสัญญาเช่าสิ้นสุดลงเมื่อใด ดังที่จำเลยทั้งสองให้การไม่ เพราะเป็นรายละเอียดที่จะนำสืบในชั้นพิจารณาได้ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 362/2535 นาย สุด ใจ วิสุทธาจาร หรือ แซ่จู โจทก์ นาย อุยเยี่ยง แซ่โค้ว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สุด ใจ วิสุทธาจาร หรือ แซ่จู · จำเลย - นาย อุยเยี่ยง แซ่โค้ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3601/2530ฎีกา 2383/2536ฎีกา 759/2519ฎีกา 6196/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ