คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 443/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่จะขอให้มีการพิจารณาใหม่ในคดีเยาวชนและครอบครัว ต้องเป็นคู่ความฝ่ายที่ศาลแสดงว่าขาดนัดพิจารณาและมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้แพ้คดีในประเด็นที่พิพาท.
ย่อคำพิพากษา
คดีเยาวชนและครอบครัวผู้ที่จะขอให้มีการพิจารณาใหม่ ต้องเป็นคู่ความฝ่ายที่ศาลแสดงว่าขาดนัดพิจารณา และศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้แพ้คดีในประเด็นที่พิพาท ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวพ.ศ. 2534 มาตรา 6 คดีที่มารดา ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้เยาว์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท จึงไม่มีประเด็นที่พิพาทและผู้คัดค้านเพิ่งยื่นคำร้องเข้ามาภายหลังจากที่ศาลมีคำสั่งว่าผู้เยาว์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายแล้วไม่ได้เข้าเป็นคู่ความในคดีมาแต่แรก เป็นเหตุให้ไม่มีโอกาสที่จะถูกศาลสั่งให้เป็นฝ่ายขาดนัดพิจารณาและมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งให้แพ้คดีในประเด็นพิพาท ผู้คัดค้านจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องในฐานะมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กชายพนา จารุคม ผู้เยาว์ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าผู้เยาว์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสายัณห์ จารุคมผู้ตาย
ศาลชั้นต้นประกาศนัดไต่สวน ไม่มีผู้ใดคัดค้าน
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า เด็กชายพนา จารุคมผู้เยาว์เป็นบุตรของนายสายัณห์ จารุคม ผู้ตาย
นายสุรสีห์ จารุคม ผู้คัดค้านยื่นคำร้องอ้างว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของนายสายัณห์ จารุคมผู้ตายโดยผู้คัดค้านเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตาย และเด็กชายพนา จารุคม ผู้เยาว์มิใช่บุตรผู้ตาย ขอให้พิจารณาคดีใหม่
ศาลชั้นต้นไต่สวนคำคัดค้านแล้ว มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมที่ให้เด็กชายพนา จารุคม ผู้เยาว์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายสายัณห์ จารุคม ผู้ตาย และให้รับคำร้องคัดค้านฉบับลงวันที่ 8 ตุลาคม 2533 ของผู้คัดค้านเป็นคำร้องคัดค้านในคดีนี้โดยให้มีการพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเด็กและเยาวชนพิจารณาแล้วพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ฉบับลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2533 และยกคำขอพิจารณาใหม่ของผู้คัดค้านคงบังคับคดีให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 19 เมษายน 2533 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
ผู้คัดค้านฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่า ผู้ที่จะขอให้มีการพิจารณาใหม่ ต้องเป็นคู่ความฝ่ายที่ศาลแสดงว่าขาดนัดพิจารณา และศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้แพ้คดีในประเด็นที่พิพาท ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 207 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 มาตรา 6 แต่คดีนี้เป็นคดีไม่มีข้อพิพาทจึงไม่มีประเด็นที่พิพาท และผู้คัดค้านก็ไม่ได้เข้าเป็นคู่ความในคดีมาแต่แรกเป็นเหตุให้ไม่มีโอกาสที่ถูกศาลชั้นต้นสั่งให้เป็นฝ่ายขาดนัดพิจารณา และถูกศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งให้แพ้คดีในประเด็นพิพาท ผู้คัดค้านจึงไม่มีสิทธิขอให้พิจารณาใหม่ สำหรับฎีกาข้อสุดท้ายที่ผู้คัดค้านฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าผู้คัดค้านมีสิทธิร้องสอดเข้ามาในคดีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) นั้นเป็นข้อกฎหมายที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายกฎีกาของผู้คัดค้าน ให้คืนค่าธรรมเนียมชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่ผู้คัดค้าน ให้ผู้คัดค้านใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา1,000 บาท แทนผู้ร้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 443/2535
นางสาว จิตใจ บุนนาค ผู้ร้อง
นาย สุรสีห์ จารุ คม ผู้คัดค้าน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นางสาว จิตใจ บุนนาค · ผู้คัดค้าน - นาย สุรสีห์ จารุ คม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อัมพร เดชศิริ · พรชัย สมรรถเวช · ประสิทธิ์ แสนศิริ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา