คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2150/2515
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำขอให้พิจารณาใหม่ตามมาตรา 208 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล เพื่อแสดงว่าตนอาจชนะคดีได้อย่างไร. ปัญหาว่าคำขอให้พิจารณาใหม่ได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยซึ่งขาดนัดยื่นคำให้การ ขาดนัดพิจารณา และศาลพิพากษาให้แพ้คดี ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ ในคำขอนั้นมิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล เพื่อแสดงว่าตนอาจชนะคดีได้อย่างไร คงกล่าวแต่เพียงว่า ถ้าจำเลยมีโอกาสต่อสู้คดี จำเลยก็มีโอกาสชนะคดีได้เท่านั้น คำขอเช่นนี้ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 208 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ศาลจะสั่งให้มีการพิจารณาใหม่ได้
ปัญหาที่ว่า คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 208 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งหรือไม่นั้น เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลล่าง โจทก์ก็มีสิทธิยกขึ้นอ้างอิงในชั้นฎีกาได้
(วรรคสอง วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 28/2515)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาขายอะไหล่รถบดถนนให้โจทก์แล้วผิดสัญญาไม่ส่งมอบขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายและค่าปรับ
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายและค่าปรับตามฟ้องแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่า จำเลยไม่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจึงมีคำสั่งให้พิจารณาใหม่ และงดการบังคับคดีไว้
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ที่ว่า คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยไม่ได้แสดงว่าจำเลยมีเหตุผลอย่างไรที่ศาลจะพิพากษาให้จำเลยชนะคดีได้ในเมื่อมีการพิจารณาใหม่ ดังที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคสอง นั้น โจทก์มิได้ยกขึ้นว่ามาแล้วในศาลล่าง มีปัญหาว่าโจทก์จะยกขึ้นฎีกาได้หรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้โจทก์จะมิได้ยกขึ้นว่ามาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โจทก์ก็ยังมีสิทธิยกขึ้นอ้างอิงในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคสอง
แล้วศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่า คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยมิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลเพื่อแสดงว่าตนอาจชนะคดีได้อย่างไร คงกล่าวแต่เพียงว่า ถ้าจำเลยมีโอกาสต่อสู้คดีแล้ว จำเลยก็มีโอกาสชนะคดีได้เท่านั้น โดยไม่มีเหตุผลหรือหลักฐานอ้างอิงที่จะแสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่า หากมีการพิจารณาใหม่แล้ว ศาลอาจพิพากษาให้จำเลยชนะคดีได้ คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 208 วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ศาลจะสั่งให้มีการพิจารณาใหม่ได้ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นต่อไป
พิพากษากลับ เป็นให้ยกคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2150/2515
กรมทางหลวง โดยนายเฉลียว วัชรพุกก์ อธิบดี โจทก์
บริษัทประมวลก่อสร้าง จำกัด โดยนายประมวล สภาวสุ กรรมการ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมทางหลวง โดยนายเฉลียว วัชรพุกก์ อธิบดี · จำเลย - บริษัทประมวลก่อสร้าง จำกัด โดยนายประมวล สภาวสุ กรรมการ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยงยุทธ เลอลภ · เฉลิม ทัตภิรมย์ · ศวิต สมหวัง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา