คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1598/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ค่าภาษีอากรค้างได้โดยไม่ต้องได้รับมอบอำนาจจากกรมสรรพากร เนื่องจากมีอำนาจตามกฎหมายที่จะยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรเพื่อให้ได้ชำระภาษีอากรค้างได้อยู่แล้ว
ย่อคำพิพากษา
เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจตามกฎหมายที่จะยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรเพื่อให้ได้ชำระภาษีอากรค้างได้โดยมิต้องได้รับมอบอำนาจจากกรมสรรพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดย่อมมีอำนาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ค่าภาษีอากรค้างได้โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากกรมสรรพากรเช่นเดียวกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลรัษฎากร ม.5 ประมวลรัษฎากร ม.12 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.91 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.94 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.107
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจาก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ทั้งสองไว้เด็ดขาดแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายยื่นคำขอรับชำระหนี้เป็นค่าภาษีอากรค้างจำนวน 5,499,692.44 บาทจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ว เห็นควรให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้เสียทั้งสิ้นตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 107(1)
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้รายนี้ได้รับชำระหนี้เป็นจำนวนเงิน 5,499,692.44 บาท
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาในชั้นฎีกาแต่เพียงว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายมีอำนาจยื่นคำขอรับชำระหนี้หรือไม่ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่าลูกหนี้ที่ 1 ค้างชำระภาษีอากรโดยไม่ชำระภายในกำหนดและไม่อุทธรณ์จึงเป็นภาษีอากรค้าง แม้ประมวลรัษฎากรมาตรา 5 จะบัญญัติให้กรมสรรพากรมีอำนาจหน้าที่ควบคุมเกี่ยวกับภาษีอากรประเภทนี้ก็ตาม แต่ตามมาตรา 12 วรรคสองบัญญัติว่า "เพื่อให้ได้รับชำระภาษีอากรค้าง ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งยึดหรืออายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรหรือนำส่งภาษีอากรได้ทั่วราชอาณาจักร" กับวรรคสามบัญญัติว่า "ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอมีอำนาจเช่นเดียวกับอธิบดีตามวรรคสองภายในเขตท้องที่จังหวัดหรืออำเภอนั้น" จึงเป็นกรณีพิเศษเพื่อการได้รับชำระภาษีอากรในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจอย่างเดียวกับอธิบดีกรมสรรพากรที่จะสั่งยึดหรืออายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรหรือนำส่งภาษีอากรได้ภายในเขตจังหวัด ในเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจตามกฎหมายที่จะยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรเพื่อให้ได้รับชำระภาษีอากรค้างได้โดยมิต้องได้รับมอบอำนาจจากกรมสรรพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดย่อมมีอำนาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ค่าภาษีอากรค้างได้โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากกรมสรรพากรเช่นเดียวกัน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งและคำพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1598/2536
ธนาคาร กรุงเทพ พาณิชย์ การ จำกัด โจทก์
เจ้าหนี้ โจทก์
ผู้ว่าราชการจังหวัด เชียงราย โจทก์
นาย วีรเดช ทรงชัยกุล กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ พาณิชย์ การ จำกัด · โจทก์ - เจ้าหนี้ · โจทก์ - ผู้ว่าราชการจังหวัด เชียงราย · จำเลย - นาย วีรเดช ทรงชัยกุล กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิทวัส อยู่วัฒนา · บุญส่ง วรรณกลาง · ประสิทธิ์ แสนศิริ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ