⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1608/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1608/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งมีหนี้สินล้นพ้นตัวให้แก่เจ้าหนี้รายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ ถือเป็นการให้เจ้าหนี้รายนั้นได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจขอให้ศาลเพิกถอนการโอนนั้นได้ เว้นแต่ผู้รับโอนได้ทรัพย์สินไปโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน โดยไม่รู้ถึงสภาพหนี้สินล้นพ้นตัวของลูกหนี้

ย่อคำพิพากษา

ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115 บัญญัติให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ร้องขอเพิกถอนในกรณีที่จำเลยที่ 1มุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่น ซึ่งมีความหมายว่าการโอนทรัพย์นั้นต้องเป็นการโอนให้แก่เจ้าหนี้ซึ่งเป็นเจ้าหนี้อยู่ก่อนแล้ว และการโอนเช่นนั้นทำให้เจ้าหนี้อื่น ๆ ของจำเลยที่ 1 เสียเปรียบ เนื่องจากบรรดาเจ้าหนี้เหล่านั้นต่างก็จะไม่ได้ชำระหนี้หรือไม่ได้ชำระหนี้เต็มจำนวนจากจำเลยที่ 1เพราะสภาพการมีหนี้สินล้นพ้นตัวซึ่งบรรดาเจ้าหนี้เหล่านั้น ได้รับความเสียหายอยู่ก่อนแล้วจากการที่ลูกหนี้มีทรัพย์สินน้อยกว่าหนี้สินซึ่งจะทำให้บรรดาเจ้าหนี้เหล่านั้นได้รับชำระหนี้เพียงส่วนเฉลี่ยในทรัพย์สินของลูกหนี้เท่านั้น ฉะนั้น เมื่อจำเลยที่ 1นำทรัพย์สินเท่าที่มีไปชำระให้เจ้าหนี้คนหนึ่งโดยเฉพาะ จึงเป็นการให้เปรียบแก่เจ้าหนี้คนนั้นและทำให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบเพราะได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้นเนื่องจากไม่มีโอกาสได้รับชำระโดยเฉลี่ยจากทรัพย์สินที่โอนไป กฎหมายจึงมุ่งคุ้มครองบรรดาเจ้าหนี้ด้วยกัน ซึ่งเป็นเจ้าหนี้อยู่ก่อนมิให้ได้เปรียบเสียเปรียบซึ่งกันและกัน และอาจให้อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพิกถอนการโอนหรือการกระทำใด ๆ ซึ่งเป็นการให้เปรียบเช่นนี้ได้ แต่กรณีการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์และพันธบัตรโทรศัพท์พิพาทอันเป็นสัญญาต่างตอบแทน ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้รับโอนมิได้เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 มาก่อน ไม่มีปัญหาเรื่องผู้รับโอนจะได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่นหรือไม่ หากจะถือว่าการโอนของจำเลยที่ 1 เป็นการให้เปรียบแก่ผู้โอนเหนือเจ้าหนี้ที่มีอยู่แล้ว ย่อมจะทำให้ผู้รับโอนโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนซึ่งไม่รู้ถึงสภาพการมีหนี้สินล้นพ้นตัวของจำเลยที่ 1 ต้องเสียหายไม่เป็นธรรมต่อผู้รับโอนอันไม่ใช่วัตถุประสงค์ของกฎหมายที่ประสงค์จะคุ้มครองผู้สุจริตและต้องเสียค่าตอบแทน กรณีนี้จึงไม่อาจเพิกถอนการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์และพันธบัตรโทรศัพท์พิพาทแก่ผู้คัดค้านซึ่งมิได้เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 มาก่อนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 115 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.115

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองขอให้ล้มละลาย เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2528 ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาด เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2528และมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสองล้มละลายเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม2531 จากการสอบสวนของผู้ร้องปรากฏว่าเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2528จำเลยที่ 1 ได้โอนการขายสิทธิการเช่าโทรศัพท์รวม 6 หมายเลข และเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2528 โอนขายพันธบัตรโทรศัพท์รวม 11 ฉบับให้แก่ผู้คัดค้านโดยการโอนขายดังกล่าวอยู่ในระยะเวลา 3 เดือนก่อนถูกฟ้องให้ล้มละลาย มีพฤติการณ์เป็นการโอนขายโดยมุ่งหมายให้ผู้คัดค้านได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้จำนวน213 รายรวมเป็นเงิน 137,282,181.74 บาท ขณะนี้ผู้ร้องรวบรวมทรัพย์ได้ไม่พอแบ่งแก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย ผู้ร้องจึงร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนการโอนดังกล่าว ตามมาตรา 115 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 หากไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ ก็ให้ชดใช้ราคาสิทธิการเช่าโทรศัพท์รวมเป็นเงิน 60,000 บาท และพันธบัตรโทรศัพท์รวมเป็นเงิน 110,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยทบต้นร้อยละ 9 ต่อปี ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นเจ้าของสิทธิการเช่าทรัพย์รายพิพาท โดยสิทธิการเช่าโทรศัพท์ได้รับโอนมาโดยวิธีซื้อจากจำเลยที่ 1 เดิมทรัพย์ดังกล่าวผู้ร้องได้ทำการยึดไว้และสำหรับพันธบัตรโทรศัพท์พิพาท ผู้คัดค้านได้รับโอนมาจากจำเลยที่ 1 โดยเสียค่าตอบแทนและสุจริต การกระทำของผู้คัดค้านจึงไม่ทำให้เจ้าหนี้รายอื่นเสียเปรียบ ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์และพันธบัตรโทรศัพท์รายพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับผู้คัดค้านผู้รับโอน หากไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ ก็ให้ผู้คัดค้านชดใช้ราคาสิทธิการเช่าโทรศัพท์รวมเป็นเงิน 60,000 บาท พันธบัตรโทรศัพท์รวมเป็นเงิน 110,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยทบต้นร้อยละ 9 ต่อปี ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์รายพิพาท ยกเว้นโทรศัพท์หมายเลข 2517003 และหมายเลข2511644 และให้เพิกถอนการโอนพันธบัตรโทรศัพท์รายพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับผู้คัดค้าน ผู้รับโอน หากไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ ให้ผู้คัดค้านใช้ราคาสิทธิการเช่าโทรศัพท์ รวมเป็นเงิน40,000 บาท พันธบัตรโทรศัพท์รวมเป็นเงิน 110,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยทบต้นร้อยละ 9 ต่อปี แทน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ผู้ร้องและผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้คัดค้านได้รับโอนพันธบัตรโทรศัพท์รายพิพาทโดยซื้อจากจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่30 เมษายน 2528 และได้รับโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์รายพิพาทโดยซื้อมาจากจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2528 ในระหว่างระยะเวลา 3 เดือน ก่อนมีการขอให้ล้มละลาย ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2528และมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม2531 มีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองต่อผู้ร้องรวม 213 รายเป็นเงินจำนวนประมาณ 137,000,000บาท แต่ผู้ร้องรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยได้เพียง 200,000 บาทไม่พอแบ่งให้แก่บรรดาเจ้าหนี้ได้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 1 โอนขายสิทธิการเช่าโทรศัพท์และพันธบัตรโทรศัพท์พิพาทให้แก่ผู้คัดค้าน สมควรถูกเพิกถอนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 115 หรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 115 บัญญัติให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร้องขอเพิกถอนในกรณีที่จำเลยที่ 1 มุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่น ซึ่งมีความหมายว่า การโอนทรัพย์นั้นต้องเป็นการโอนให้แก่เจ้าหนี้ซึ่งเป็นเจ้าหนี้อยู่ก่อนแล้ว และการโอนเช่นนั้นทำให้เจ้าหนี้อื่น ๆ ของจำเลยที่ 1 เสียเปรียบ เนื่องจากบรรดาเจ้าหนี้เหล่านั้นต่างก็จะไม่ได้รับชำระหนี้หรือไม่ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวนจากจำเลยที่ 1 เพราะสภาพการมีหนี้สินล้นพ้นตัวซึ่งบรรดาเจ้าหนี้เหล่านั้นได้รับความเสียหายอยู่ก่อนแล้วจากการที่ลูกหนี้มีทรัพย์สินน้อยกว่าหนี้สิน ซึ่งจะทำให้บรรดาเจ้าหนี้เหล่านั้นได้รับชำระหนี้เพียงส่วนเฉลี่ยในทรัพย์สินของลูกหนี้เท่านั้น ฉะนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 นำทรัพย์สินเท่าที่มีไปชำระให้เจ้าหนี้คนหนึ่งโดยเฉพาะ จึงเป็นการให้เปรียบแก่เจ้าหนี้คนนั้นและทำให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบเพราะได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้นเนื่องจากไม่มีโอกาสได้รับชำระโดยเฉลี่ยจากทรัพย์สินที่โอนไป กฎหมายจึงมุ่งคุ้มครองบรรดาเจ้าหนี้ด้วยกันซึ่งเป็นเจ้าหนี้อยู่ก่อนมิให้ได้เปรียบเสียเปรียบซึ่งกันและกัน และให้อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพิกถอนการโอนหรือการกระทำใด ๆซึ่งเป็นการให้เปรียบเช่นนี้ได้ แต่กรณีการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์และพันธบัตรโทรศัพท์พิพาทอันเป็นสัญญาต่างตอบแทนในคดีนี้ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้รับโอนมิได้เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 มาก่อนไม่มีปัญหาเรื่องผู้รับโอนจะได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่นหรือไม่หากจะถือว่าการโอนของจำเลยที่ 1 เป็นการให้เปรียบแก่ผู้รับโอนเหนือเจ้าหนี้ที่มีอยู่แล้ว ย่อมจะทำให้ผู้รับโอนโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนซึ่งไม่รู้ถึงสภาพการมีหนี้สินล้นพ้นตัวของจำเลยที่ 1ต้องเสียหายไม่เป็นธรรมต่อผู้รับโอน อันไม่ใช่วัตถุประสงค์ของกฎหมายที่ประสงค์จะคุ้มครองผู้สุจริตและต้องเสียค่าตอบแทน กรณีนี้จึงไม่อาจเพิกถอนการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์และพันธบัตรโทรศัพท์พิพาทแก่ผู้คัดค้านซึ่งมิได้เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 มาก่อนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115 ได้ ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาว่า หากผู้คัดค้านไม่สามารถโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์เฉพาะหมายเลข 2517003 และ 2511644 คืนให้แก่ผู้ร้องได้ก็ต้องใช้ราคาแทน จะยกเหตุที่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยบอกเลิกสิทธิการเช่าโทรศัพท์มาเป็นข้ออ้างเพื่อให้พ้นความรับผิดไม่ได้นั้นเห็นว่าเมื่อการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์พิพาททั้งหกเลขหมายเป็นการโอนที่ไม่อาจเพิกถอนได้ดังวินิจฉัยมาแล้ว จึงไม่มีเหตุที่ผู้คัดค้านจะต้องชดใช้ราคาสิทธิการเช่าโทรศัพท์ทั้งสองเลขหมายดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องอีก" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1608/2536 นาง กัลยา ชีว มงคล กับพวก โจทก์ เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้อง บริษัท พูล สินทรัพย์ บ้าน และ ที่ดิน จำกัด หรือ ผู้คัดค้าน บริษัท พูล ผล ทรัพย์ จำกัด ผู้คัดค้าน บริษัท เมอร์ลินคอมมอดิตี้ส์เทรดดิ้ง จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง กัลยา ชีว มงคล กับพวก · ผู้ร้อง - เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ · ผู้คัดค้าน - บริษัท พูล สินทรัพย์ บ้าน และ ที่ดิน จำกัด หรือ · ผู้คัดค้าน - บริษัท พูล ผล ทรัพย์ จำกัด · จำเลย - บริษัท เมอร์ลินคอมมอดิตี้ส์เทรดดิ้ง จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทธิ นิชโรจน์ · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 106/2536ฎีกา 2587/2533ฎีกา 597/2513ฎีกา 8304/2559ฎีกา 1474/2528ฎีกา 6967/2537ฎีกา 3396/2527ฎีกา 3181/2524ฎีกา 5916/2530ฎีกา 802/2519ฎีกา 3179-3180/2524ฎีกา 716/2530ฎีกา 4582/2536ฎีกา 1027/2542ฎีกา 1814/2511ฎีกา 561/2535ฎีกา 2724/2528ฎีกา 7039/2542ฎีกา 2599/2525ฎีกา 1032/2536ฎีกา 1359/2534ฎีกา 5225/2534ฎีกา 7229/2538ฎีกา 7441/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ