⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2321/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2321/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของคู่สมรสที่เกิดจากความรักหึงหวงหวาดระแวงและอาจปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้นั้น ยังไม่ถือเป็นความประพฤติชั่วที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องหย่าได้ หากการกระทำนั้นยังไม่ถึงขั้นก่อให้เกิดความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง หรือการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยสืบทราบว่าโจทก์มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับหญิงอื่นจึงเสพสุรา สูบบุหรี่ ทะเลาะวิวาท และติดตามควบคุมโจทก์ในวิทยาลัยที่โจทก์ทำงานอยู่นั้น แม้พฤติการณ์ของจำเลยจะก่อให้โจทก์เกิดความเบื่อหน่ายอับอายในหมู่เพื่อนอาจารย์และนักศึกษา แต่ก็เกิดจากความรักหึงหวงหวาดระแวงของจำเลยตามวิสัยสตรีเพศที่เป็นภริยาซึ่งอาจปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้ถ้าโจทก์ไม่แสดงความรำคาญใจและฝักใฝ่ในสตรีอื่นให้ปรากฏ ทั้งจำเลยเองก็ไม่สมัครใจหย่าตัดความสัมพันธ์ฉันสามีภริยากับโจทก์ พฤติการณ์ดังกล่าวของจำเลยจึงยังไม่ถึงขั้นประพฤติชั่วที่เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรงหรือได้รับความดูถูกเกลียดชังเดือดร้อนเกินควร หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิฟ้องหย่าจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1516

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายระหว่างอยู่กินร่วมกันจำเลยหาเรื่องทะเลาะวิวาททุบตีโจทก์ทั้งที่บ้านและไปรบกวนโจทก์ที่ทำงาน เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง ได้รับการดูถูกเกลียดชัง จำเลยบังคับขู่เข็ญให้โจทก์ลาออกจากงานที่ทำอยู่ ด่าบุพการีโจทก์อย่างหยาบคายหลายครั้งหลายหนตลอดมา และขับไล่โจทก์ออกจากบ้านไม่ให้อยู่กินฉันสามีภริยาจนโจทก์ต้องออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่น การกระทำของจำเลยเป็นปฏิปักษ์อย่างร้ายแรงต่อการเป็นสามีภริยา โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยไปจดทะเบียนการหย่าหลายครั้งจำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากับโจทก์ หากไม่ไปขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยหาเรื่องทะเลาะวิวาทหรือทุบตีโจทก์ ไม่เคยบังคับขู่เข็ญให้โจทก์ลาออกจากงาน ไม่เคยด่าว่าบุพการีของโจทก์และไม่เคยทิ้งร้างโจทก์ โจทก์มีความสัมพันธ์กับหญิงอื่นและต้องการทอดทิ้งจำเลย โจทก์ไม่มีความประสงค์ที่จะอุปการะเลี้ยงดูจำเลยและบุตรตามหน้าที่ จึงหาเหตุฟ้องหย่าซึ่งไม่เป็นความจริงขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากับโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาว่า จำเลยประพฤติชั่วเป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งเป็นสามีได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง หรือได้รับความดูถูกเกลียดชังหรือได้รับความเสียหาย ความเดือดร้อนเกินควร หรือทำร้ายจิตใจ เหยียดหยามต่อโจทก์ หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นภริยาอย่างร้ายแรง ตามความในบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 หรือไม่ ได้ความจากโจทก์ว่า โจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2515 ตามสำเนาภาพถ่ายทะเบียนการสมรสเอกสารหมาย จ.1 หลังจากนั้น 3 วัน ได้เดินทางไปอยู่ด้วยกันที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างนั้นจำเลยชอบดื่มสุราพูดจาไม่ดีและทำร้ายโจทก์โดยการข่วนและกัด เมื่อกลับมาอยู่ประเทศไทยจำเลยสูบบุหรี่และเสพสุราทุกวันแล้วจะดุด่าโจทก์ว่าไอ้ลูกหมาตัวเมีย ลูกไม่มีพ่อ พวกดูดเครื่องเพศ ทั้งเคยกล่าวดูถูกเหยียดหยามบุพการีโจทก์ จำเลยเคยทำร้ายร่างกายโจทก์หลายครั้งใช้มือทุบต้นคอใช้ที่เขี่ยบุหรี่ทุบปลายเท้าขวาของโจทก์จนแตก และเคยตบหน้าโจทก์อย่างแรง จำเลยชอบติดตามไปนั่งในห้องเรียนที่วิทยาลัยเอแบคซึ่งโจทก์เป็นอาจารย์สอนและตั้งคำถามที่ไม่สมควรต่อโจทก์ โจทก์ถูกรบกวนไม่สามารถทำงานทั้งที่วิทยาลัยและที่บ้านทำให้ขาดความเคารพนับถือจากเพื่อนและนักเรียน โจทก์ต้องการพาเด็กหญิงเจนจิราบุตรของโจทก์จำเลยไปอยู่ที่อื่น เห็นว่าข้อเท็จจริงที่โจทก์อ้างว่าจำเลยทำร้ายร่างกายโจทก์ หมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามโจทก์และบุพการีโจทก์ โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานเบิกความสนับสนุนคงมีแต่คำเบิกความของโจทก์ลอย ๆ ส่วนที่นายชวลิต หมื่นนุช พยานโจทก์อ้างว่าจำเลยเคยพูดด่าโจทก์ที่วิทยาลัยว่าไอ้หน้าตัวเมียนั้นนายชวลิตตอบคำถามค้านรับว่าเป็นเพียงได้ยินจากคำบอกเล่า ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ คงมีแต่ข้อเท็จจริงที่โจทก์อ้างว่าจำเลยชอบเสพสุรา สูบบุหรี่และมีพฤติการณ์ติดตามรบกวน ควบคุมตัวโจทก์ขณะสอนหนังสือที่วิทยาลัยเอแบค โดยโจทก์มีเด็กหญิงเจนจิราบุตรสาวและนายแสงชัย แซ่ลี้ กับนายเฟรดเดอร์ริค ลีแบร์ แอเยอร์ซึ่งเป็นนักศึกษาและรองอธิการบดีของวิทยาลัยดังกล่าวตามลำดับเบิกความสนับสนุน แต่ก็ได้ความจากเด็กหญิงเจนจิราว่าจำเลยชอบเสพสุราและสูบบุหรี่เฉพาะในบ้านกับในรถยนต์ และได้ความจากนายเฟรดเดอร์ริคตรงกับเด็กหญิงเจนจิราว่า จำเลยมีความเข้าใจว่าโจทก์มีความสัมพันธ์ทางชู้สาวกับหญิงอื่นในวิทยาลัยจึงเกิดความหึงหวง เมื่อคำนึงถึงประวัติของจำเลยที่มีบุตรอันเกิดจากสามีเดิม 2 คน สมรสอยู่กินกับโจทก์นานประมาณ 16 ปี ปัจจุบันจำเลยอายุ 45 ปี โจทก์จำเลยต่างมีภาระเลี้ยงดูบุตรและบุตรบุญธรรมรวม4 คน อาจเป็นเหตุให้โจทก์เกิดความเบื่อหน่ายจนต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น และจำเลยนำสืบได้ว่าเมื่อประมาณ 3 ปีก่อนโจทก์ฟ้องคดีจำเลย ตรวจพบว่าโจทก์ได้สั่งจ่ายเช็คเอกสารหมาย ล.1 ให้นางรสรินคนฟิลิปปินส์กับเช็คเอกสารหมาย ล.4 ล.5 ซึ่งเป็นจำนวนเงินสูงให้นางสาวสุนันทาจากบัญชีเงินฝากของโจทก์จำเลยร่วมกัน โดยเฉพาะรายนางสาวสุนันทา มีหลักฐานภาพถ่ายหมาย ล.6 ถึง ล.9 แสดงถึงความใกล้ชิดสัมพันธ์กับโจทก์ ก็ย่อมทำให้จำเลยซึ่งอยู่ในภาวะเช่นนี้เกิดความหึงหวง คิดมากหวาดระแวง เสพสุรา สูบบุหรี่ ทะเลาะวิวาท ทั้งติดตามควบคุมโจทก์ในสถานที่ทำงาน เห็นว่า แม้พฤติการณ์ของจำเลยจะก่อให้โจทก์เกิดความเบื่อหน่ายอับอายในหมู่เพื่อนอาจารย์และนักศึกษา แต่ก็น่าจะเกิดจากความรักหึงหวงหวาดระแวงของจำเลยตามวิสัยสตรีเพศที่เป็นภริยาซึ่งอาจปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้ ถ้าโจทก์ไม่แสดงความรำคาญใจและฝักใฝ่ในสตรีอื่นให้ปรากฏประกอบกับในชั้นนี้เมื่อจำเลยไม่สมัครใจแยกหย่าตัดความสัมพันธ์ฉันสามีภริยากับโจทก์ ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2531 และตามพยานหลักฐานโจทก์ข้อเท็จจริงก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะกล่าวได้ว่าจำเลยประพฤติชั่วเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง หรือได้รับความดูถูกเกลียดชังเดือดร้อนเกินควรหรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรงตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเรื่องการฟ้องหย่า ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2321/2537 นาย จ. ซ โจทก์ นาง ร. ซ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย จ. ซ · จำเลย - นาง ร. ซ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · ปราโมทย์ บุนนาค
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4959/2552ฎีกา 2232/2535ฎีกา 1771/2540ฎีกา 4480/2553ฎีกา 1303/2568ฎีกา 2506/2523ฎีกา 1648/2524ฎีกา 11702/2555ฎีกา 2561/2536ฎีกา 7229/2537ฎีกา 1335/2533ฎีกา 1762/2542ฎีกา 735/2535ฎีกา 6516/2552ฎีกา 3741/2526ฎีกา 3596/2546ฎีกา 2851/2551ฎีกา 3563/2548ฎีกา 1094/2539ฎีกา 3520/2536ฎีกา 2561/2561ฎีกา 1568/2524ฎีกา 4402/2539ฎีกา 5983/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ