คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4761/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเรียกร้องค่าเสียหายตามหนังสือค้ำประกันจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหนังสือค้ำประกันอย่างเคร่งครัด หากโจทก์มิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวภายในกำหนดเวลา จำเลยที่ 3 ผู้ค้ำประกันย่อมไม่ต้องรับผิด
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 3 ทำหนังสือค้ำประกันการชำระเงินค่าจ้างเหมาตามสัญญาของจำเลยที่ 1 ให้ไว้แก่โจทก์โดยมีเงื่อนไขว่าการเรียกร้องค่าเสียหายจะต้องยื่นเป็นลายลักษณ์อักษร ณ ที่สำนักงานของจำเลยที่ 3 ก่อนปิดทำการของวันที่ 20ตุลาคม 2530 อันเป็นวันหมดอายุหนังสือค้ำประกัน เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาต่อโจทก์หนี้ที่เกิดจากการผิดสัญญาที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 20 ตุลาคม 2530 จึงอยู่ในอายุหนังสือค้ำประกัน แต่โจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องได้ก็ต่อเมื่อโจทก์ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวเสียก่อน เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 3 โดยมิได้ยื่นคำเรียกร้องเป็นลายลักษณ์อักษรให้จำเลยที่ 3 ทราบตามเงื่อนไขภายในกำหนดเวลาในหนังสือค้ำประกัน จำเลยที่ 3จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดแพรพริ้วงามอุตสาหกรรม · จำเลย - บริษัทไชน่าธนาพัฒน์ จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวรรค์ ศักดารักษ์ · จเร อำนวยวัฒนา · สันติ ทักราล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายบุญศรี แก้วสาร · ศาลอุทธรณ์ - นายเสมอ อินทรศักดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา