⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 480/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 480/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การไขประตูเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควร ถือเป็นการกระทำความผิดฐานบุกรุกแล้ว แม้จะยังไม่ได้ทรัพย์สินไปก็ตาม การกระทำดังกล่าวหากยังไม่บรรลุผล ถือเป็นการพยายามกระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

จำเลยใช้กุญแจไขประตูห้องซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและเก็บรักษาทรัพย์ของผู้เสียหายจนประตูเปิดออก ถือได้ว่าจำเลยได้ลงมือกระทำความผิดฐานบุกรุกเคหสถานและลักทรัพย์ของผู้เสียหายแล้ว แต่เมื่อผู้เสียหายพบเห็นและขัดขวางการกระทำของจำเลยเสียก่อนจำเลยจึงไม่สามารถกระทำความผิดดังกล่าวสำเร็จ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการพยายามกระทำความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.364 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 335,364, 365(3) และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(8) วรรคสาม มาตรา 364, 365(3) ประกอบด้วยมาตรา 80 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(8) วรรคสาม ประกอบด้วยมาตรา 80 ที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 จำคุก 1 ปี ริบลูกกุญแจของกลางดอกที่ไม่มียี่ห้อ 1 ดอก ของกลางอื่นนอกจากนี้ให้คืนเจ้าของ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พฤติการณ์ที่จำเลยใช้ลูกกุญแจไขประตูห้องผู้เสียหายจนประตูเปิดออก เมื่อผู้เสียหายพบเห็นตอนแรกจำเลยอ้างว่าจำห้องผิด แต่เมื่อผู้เสียหายให้พาไปชี้ห้องที่ถูกจำเลยกลับไปเคาะที่ห้องคนอื่น เมื่อเจ้าของห้องเปิดประตูออกมาจำเลยกลับถามหาห้องที่ให้เช่าวีดีโอเทปนั้น แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยว่าจำเลยมีเจตนาบุกรุกเข้าไปลักทรัพย์ในห้องพักของผู้เสียหายนั่นเองและการที่จำเลยใช้ลูกกุญแจไขประตูห้องซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและเก็บรักษาทรัพย์ของผู้เสียหายจนประตูเปิดออก ถือได้ว่าจำเลยได้ลงมือกระทำความผิดฐานบุกรุกเคหสถานและลักทรัพย์ของผู้เสียหายแล้ว แต่ผู้เสียหายพบเห็นและขัดขวางการกระทำของจำเลยเสียก่อน จำเลยจึงไม่สามารถกระทำความผิดดังกล่าวสำเร็จจำเลยจึงมีความผิดฐานพยายาม ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ตามพฤติการณ์แห่งคดีเป็นความผิดที่ไม่ร้ายแรง จำเลยเป็นหญิงมีอาชีพการงานเป็นหลักฐานทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำความผิดอาญาและเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดีต่อไป จึงสมควรให้รอการลงโทษจำเลยไว้ด้วย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยโดยไม่รอการลงโทษให้จำเลยนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี และให้คุมความประพฤติจำเลยโดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติประจำศาลชั้นต้นทุก 3 เดือนต่อครั้ง ตลอดระยะเวลาที่รอการลงโทษด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 480/2537 พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด โจทก์ นางสาว อา รี วรรณ อุทัศน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด · จำเลย - นางสาว อา รี วรรณ อุทัศน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1560/2529ฎีกา 180/2554ฎีกา 1331/2479ฎีกา 593/2510ฎีกา 1672/2569ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 3650/2527ฎีกา 7958/2555ฎีกา 1567/2535ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1888/2548ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 5487/2548ฎีกา 1368/2509ฎีกา 9308/2546ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 18654/2555ฎีกา 16889/2555ฎีกา 831/2532ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ