คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6957/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การปฏิเสธความสมบูรณ์ของสัญญาเพราะยังรับเงินไปไม่ครบถ้วน และการอ้างว่าจำเลยทำสัญญาในฐานะตัวแทนของบุคคลอื่น ซึ่งเป็นการปฏิเสธความรับผิดของจำเลยนั้น เป็นการให้การที่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ขัดแย้งกัน
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญาขายลดตั๋วเงินจำเลยให้การว่าได้นำเช็คของบริษัท บ. ไปขายแก่โจทก์จริง แต่รับเงินมาไม่ครบทุกฉบับ และอย่างไรก็ตามการทำสัญญาขายลดตั๋วเงินกับโจทก์นั้นจำเลยทำในฐานะตัวแทนของ ธ. โดยโจทก์ทราบดีอยู่แล้ว จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ดังนี้ คำให้การของจำเลยเป็นการปฏิเสธความสมบูรณ์ของสัญญาเพราะยังรับเงินไปไม่ถูกต้องส่วนที่จำเลยอ้างว่าเป็นตัวแทนของ ธ. ก็เป็นการปฏิเสธความรับผิดของจำเลยอีกประการหนึ่ง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับประการแรก คำให้การของจำเลยจึงชอบด้วยป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง แล้วหาขัดแย้งกันไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเงินทุนไทยธนากร จำกัด · จำเลย - นายธีราศักดิ์ สุขะโชติพรชัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จรัญ หัตถกรรม · นิเวศน์ คำผอง · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสมบัติ อรรถพิมล · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ อุปนิสากร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา