คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7061/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่สามีชอบดื่มสุราและไปตกปลา หรือการที่สามีร่วมประเวณีกับหญิงอื่นโดยที่ภริยาไม่เคยได้รับโรคร้ายจากสามีและสามีไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา ยังไม่ถือเป็นการประพฤติชั่วอันเป็นเหตุให้ภริยามีสิทธิฟ้องหย่าได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ทราบดีก่อนสมรสกับจำเลยว่า จำเลยชอบดื่มสุราและไปตกปลา แต่จำเลยดื่มสุราแล้วไม่เคยก่อความเสียหาย ส่วนการไปตกปลาและนอนค้างที่บ่อปลาจำเลยก็มิได้ไปค้างทุกวัน จำเลยอยู่บ้านสัปดาห์ละ 2 - 3 วัน แม้โจทก์ย้ายไปอยู่กับบิดามารดาแล้ว จำเลยยังไปหาโจทก์และช่วยออกเงินต่อเติมห้องเพื่อใช้หลับนอนและไปเยี่ยมเยียนร่วมหลับนอนกับโจทก์ ส่วนที่โจทก์อ้างว่าจำเลยร่วมประเวณีกับหญิงอื่นทำให้โจทก์เดือดร้อนเกินควรเพราะเกรงว่าจำเลยจะนำโรคร้ายมาแพร่แก่โจทก์ ก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์เคยได้รับโรคร้ายจากจำเลย ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยประพฤติชั่วอันเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิฟ้องหย่า
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสมฤทัย ขำขะวงศ์ หรือ · จำเลย - นายบุญเลิศ ขำขะวงศ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมพล สัตยาอภิธาน · ไพศาล รางชางกูร · อร่าม หุตางกูร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายจรัส พวงมณี · ศาลอุทธรณ์ - นายพิธี อุปปาติก |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา