⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7229/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7229/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่ง ต้องเป็นการละทิ้งโดยไม่มีเหตุอันสมควร การให้อภัยโดยปริยายหรือโดยชัดแจ้งย่อมทำให้สิทธิฟ้องหย่าสิ้นสุดลง

ย่อคำพิพากษา

เหตุฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(4)จะต้องเป็นเรื่องที่สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่ง การที่โจทก์จำเลยต่างรับราชการและจำเลยมิได้ย้ายตามโจทก์ จึงมีเหตุสมควรในการแยกกันอยู่ จำเลยไม่ได้เดินทางไปหาโจทก์ เนื่องจากโจทก์จำเลยทะเลาะกัน ประกอบกับจำเลยมีเหตุระแวงสงสัยว่าโจทก์อุปการะเลี้ยงดูหญิงอื่นฉันภริยา จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยจงใจละทิ้งร้างโจทก์ เหตุที่จำเลยทำลายทรัพย์สินและเอาทรัพย์สินไป เนื่องจากโจทก์จำเลยทะเลาะวิวาทกันและจำเลยระแวงสงสัยว่าโจทก์อุปการะเลี้ยงดูหญิงอื่นฉันภริยาซึ่งโจทก์เป็นผู้ก่อขึ้น จำเลยทำไปด้วยความน้อยใจและโกรธจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้และโจทก์ไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษจำเลยว่าเป็นผู้ทำลายทรัพย์สินและเอาทรัพย์สินไป แสดงว่าโจทก์ให้อภัยจำเลยแล้ว สิทธิฟ้องหย่าย่อมหมดไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1518

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1516 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1518

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยได้จดทะเบียนสมรสกัน โจทก์จำเลยมิได้อยู่กินฉันสามีภริยาเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี จำเลยได้กระทำผิดอาญาต่อโจทก์ ทำให้ทรัพย์สินของโจทก์เสียหายเป็นเงินประมาณ52,000 บาท จำเลยยังได้ดูหมิ่นบุพการีของโจทก์อย่างร้ายแรงเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยา จึงขอหย่าขาดจากจำเลย แต่จำเลยไม่ยอมไปจดทะเบียนหย่า ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนหย่ากับโจทก์ หากจำเลยไม่ไปทำการจดทะเบียนหย่าให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า สิทธิฟ้องหย่าของโจทก์หมดไปเพราะโจทก์ให้อภัยการกระทำของจำเลย จำเลยไม่ได้กระทำการใดอันเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าได้ เนื่องจากโจทก์กับจำเลยต่างรับราชการอยู่คนละแห่ง โจทก์ตกลงจะขอย้ายมาอยู่กับจำเลย แต่โจทก์ก็หาได้กระทำตามที่ตกลงไป จนกระทั่งจำเลยทราบว่าโจทก์อยู่กินกับหญิงอื่นและยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา โจทก์เป็นฝ่ายทิ้งร้างจำเลยจำเลยไม่เคยกระทำการใด ๆ เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของโจทก์เสียหาย และจำเลยไม่เคยดูหมิ่นบุพการีของโจทก์ เหตุที่โจทก์ขอหย่ากับจำเลยก็เพื่อต้องการจดทะเบียนสมรสกับหญิงอื่น ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์กับจำเลยแยกกันอยู่เกินกว่าหนึ่งปี ซึ่งเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่านั้น เห็นว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(4) จะต้องเป็นเรื่องที่สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่ง กรณีของโจทก์และจำเลยต่างรับราชการด้วยกันทั้งคู่ การรับราชการจะต้องมีการโยกย้ายเป็นปกติธรรมดาอยู่แล้ว ในเมื่อโจทก์จะต้องย้ายไปอยู่ที่โรงพยาบาลพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนจำเลยคงรับราชการอยู่โรงพยาบาลจังหวัดนครปฐม ไม่ได้ตามไปอยู่กับโจทก์ จึงมีเหตุสมควรในการแยกกันอยู่ จำเลยไม่ได้เดินทางไปหาโจทก์เนื่องจากโจทก์จำเลยเกิดทะเลาะกัน จำเลยได้ทำลายทรัพย์สินของโจทก์ ประกอบกับจำเลยมีเหตุระแวงสงสัยว่าโจทก์อุปการะเลี้ยงดูหญิงอื่นฉันภริยา จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยจงใจละทิ้งร้างโจทก์ ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์มิได้ให้อภัยในการที่จำเลยประพฤติชั่วโดยจำเลยได้ทำลายทรัพย์สินของโจทก์และเอาทรัพย์สินของโจทก์ไปนั้น เห็นว่า เหตุที่จำเลยทำลายทรัพย์สินและเอาทรัพย์สินไปก็เนื่องจากโจทก์จำเลยเกิดทะเลาะวิวาทกัน และจำเลยระแวงสงสัยว่าโจทก์อุปการะเลี้ยงดูหญิงอื่นฉันภริยาซึ่งโจทก์เป็นผู้ก่อขึ้น จำเลยคงทำไปด้วยความน้อยใจและโกรธจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ได้ความจากสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.3ที่โจทก์อ้างว่าได้แจ้งความไว้นั้น ปรากฏแต่เพียงว่าโจทก์ได้แจ้งความว่าโจทก์เก็บบัตรประจำตัวข้าราชการ บัตรเสียภาษี และใบอนุญาตขับรถยนต์ ฯลฯ ไว้ที่บ้านพัก ต่อมาโจทก์ได้ตรวจค้นเอกสารดังกล่าวดู ปรากฏว่าสูญหายไป จึงมาแจ้งไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไปประกอบขอทำใหม่ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษจำเลยว่าเป็นผู้ทำลายทรัพย์สินและเอาทรัพย์สินของโจทก์ไปแต่อย่างใดแสดงให้เห็นว่าโจทก์ได้ให้อภัยจำเลยแล้ว สิทธิฟ้องหย่าข้อนี้ย่อมหมดไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1518 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7229/2537 นาย สุชาติ ตันติรัง สี โจทก์ นาง มินตรา ชาญปรีชา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สุชาติ ตันติรัง สี · จำเลย - นาง มินตรา ชาญปรีชา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมคิด ไตรโสรัส · พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4959/2552ฎีกา 2232/2535ฎีกา 1476/2518ฎีกา 1771/2540ฎีกา 4480/2553ฎีกา 1303/2568ฎีกา 2506/2523ฎีกา 1648/2524ฎีกา 11702/2555ฎีกา 2561/2536ฎีกา 1335/2533ฎีกา 10157/2559ฎีกา 1762/2542ฎีกา 735/2535ฎีกา 6516/2552ฎีกา 3741/2526ฎีกา 3596/2546ฎีกา 2851/2551ฎีกา 3563/2548ฎีกา 1094/2539ฎีกา 3520/2536ฎีกา 2561/2561ฎีกา 1568/2524ฎีกา 4402/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา