คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1192/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องแย้งที่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมจะต้องอาศัยเหตุอย่างเดียวกันในการวินิจฉัยกับคำฟ้องเดิม.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยยอมให้โจทก์ใช้ที่ดินของจำเลยด้านที่ติดต่อกับที่ดินโจทก์ทำการซ่อมแซมตึกโจทก์ โจทก์ได้ซ่อมแซมด้านทิศตะวันตกไปแล้วแต่จำเลยไม่ยอมให้ซ่อมแซมด้านทิศเหนือ ขอให้บังคับจำเลยยอมให้โจทก์ใช้ที่ดินของจำเลยเพียงที่จำเป็นในการซ่อมแซมตึกของโจทก์ จำเลยฟ้องแย้งว่าโจทก์กระทำละเมิดโดยสร้างกันสาดด้านเหนือและปลูกสร้างตึกด้านตะวันออกรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย ขอให้บังคับโจทก์รื้อถอนกันสาดและตึกพร้อมคานคอดินส่วนที่รุกล้ำออกไป ดังนี้ ตามคำฟ้องและคำให้การคดีมีประเด็นจะต้องวินิจฉัยว่า โจทก์มีสิทธิบังคับจำเลยยอมให้โจทก์ใช้ที่ดินของจำเลยเพียงที่จำเป็นในการซ่อมแซมตึกของโจทก์หรือไม่ ส่วนฟ้องแย้งและคำให้การแก้ฟ้องแย้งเป็นกรณีต้องวินิจฉัยว่า โจทก์กระทำละเมิดต่อจำเลยหรือไม่ ประเด็นที่วินิจฉัยตามคำฟ้องและฟ้องแย้งจึงเป็นคนละเรื่องกัน และมิได้อาศัยเหตุอย่างเดียวกันในการวินิจฉัย ฟ้องแย้งของจำเลยจึงเป็นเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุชัย หวังวงศ์สกุล · จำเลย - นายสุนทร มีวงศ์อุโฆษ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพโรจน์ คำอ่อน · สมภพ โชติกวณิชย์ · สมพงษ์ สนธิเณร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายศักดิ์สุวรรณ ลังกาพินธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา