คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2715/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การค้ำประกันหนี้ในอนาคตมีผลผูกพันผู้ค้ำประกัน แม้ผู้ค้ำประกันจะไม่ได้รู้เห็นขณะที่ลูกหนี้ก่อหนี้นั้นขึ้นก็ตาม หากหนี้นั้นเป็นหนี้อันสมบูรณ์แล้ว.
ย่อคำพิพากษา
การค้ำประกันหรือการที่บุคคลภายนอกซึ่งเรียกว่าผู้ค้ำประกันยอมผูกพันตนต่อเจ้าหนี้ เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น สามารถทำได้ทั้งเพื่อการชำระหนี้ที่เกิดขึ้นหรือมีอยู่ก่อนแล้วและหนี้ในอนาคต โดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้ค้ำประกันได้รู้เห็นด้วยหรือไม่ในขณะที่ลูกหนี้ได้ก่อหนี้นั้นขึ้น ถ้าหนี้นั้นเป็นหนี้อันสมบูรณ์ผู้ค้ำประกันย่อมต้องผูกพันต่อเจ้าหนี้
จำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้จริง แม้จะไม่ได้ทำพร้อมกันกับสัญญากู้ก็มีผลใช้บังคับได้ เพราะไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติว่าการทำสัญญาค้ำประกันจะต้องทำพร้อมกับสัญญากู้ยืมเงิน เมื่อหนี้เงินกู้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันมีการกู้ยืมเงินและรับเงินกันไปแล้วจริงจึงเป็นหนี้อันสมบูรณ์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเสริมสุข หัสมินทร์ · จำเลย - นายอุดม อำนวยพล กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สถิตย์ สิทธิลักษณ์ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายวีระพงศ์ สุดาวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายจรัส พวงมณี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา