⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5325/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5325/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอัดกลีบผ้าหรือสิ่งอื่นใดโดยใช้เครื่องจักร ถือเป็นการค้าซึ่งเป็นที่รังเกียจหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ

ย่อคำพิพากษา

การอัดกลีบตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร หมายถึงการอัดกลีบผ้าหรือสิ่งอื่นใดเพื่อให้เป็นจีบหรือเป็นกลีบแม้การอัดกลีบแล้วผ้าที่ได้อัดกลีบนั้นจะเปลี่ยนสภาพจากผ้า ที่ใช้สอยเป็นสิ่งประดิษฐ์อย่างอื่นด้วย เช่น ประดิษฐ์เป็นกลีบดอกไม้หรือใบไม้ ถ้าหากเป็นการอัดกลีบโดยใช้เครื่องจักรแล้วก็ถือได้ว่าเป็นการค้าซึ่งเป็นที่รังเกียจหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ.2484 ม.19 พระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ.2484 ม.20 พระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ.2484 ม.23 พระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ.2484 ม.68 พระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ.2484 ม.74

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบการค้าอัดกลีบ (ผ้า) โดยใช้เครื่องจักรเพื่อประดิษฐ์เป็นดอกไม้ผ้า โดยใช้เครื่องจักรปั๊มและอัดกลีบผ้า อันเป็นการค้าซึ่งเป็นที่รังเกียจหรือเป็นอันตรายแก่สุขภาพที่บ้านเลขที่ 9/35 หมู่ที่ 11 ซอยขาวมีศรีถนนบางนา-ตราด แขวงบางนา เขตพระโขนง กรุงเทพมหานครจนก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนและเสียงดังก่อเหตุรำคาญแก่ผู้อาศัยใกล้เคียงโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2534 เวลากลางคืน เจ้าพนักงานท้องถิ่นสำนักงานเขตพระโขนง มีคำสั่งเป็นหนังสือแจ้งไปยังจำเลยให้ระงับการประกอบการค้าดังกล่าวซึ่งก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนและเสียงดังรำคาญและจำเลยได้ทราบคำสั่งแล้วเมื่อวันที่6 กุมภาพันธ์ 2534 แต่ระหว่างวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2534 ถึงวันที่12 พฤษภาคม 2534 เวลากลางวัน และกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยได้ฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าวโดยไม่หยุดประกอบการค้าดังกล่าวตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ. 2484มาตรา 19, 20, 23, 68, 74 วรรคสอง ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่อง ควบคุมการค้าซึ่งเป็นที่รังเกียจหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2526 ข้อ 4(107) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ให้จำเลยหยุดประกอบกิจการดังกล่าว และห้ามจำเลยก่อเหตุรำคาญนั้นขึ้นอีกต่อไป จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสาธารณสุขพ.ศ. 2484 มาตรา 19, 20, 23, 68, 74 วรรคสอง ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการค้าซึ่งเป็นที่รังเกียจหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2526 ข้อ 4(107)ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษ ฐานประกอบการค้าซึ่งกำหนดให้ควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 100 บาท และฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามมาตรา 20 ปรับ 50 บาท รวมปรับ 150 บาทและห้ามจำเลยมิให้ประกอบการค้าดังกล่าวจนกว่าจะได้รับใบอนุญาตกับห้ามจำเลยมิให้ก่อเหตุรำคาญนั้นขึ้นอีก ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยในความผิดฐานประกอบการค้าซึ่งกำหนดให้ควบคุมโดยมิได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ. 2484 ประกอบข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการค้าซึ่งเป็นที่รังเกียจหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2526 ข้อ 4(107)นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่จะวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เฉพาะข้อกฎหมายว่า การทีจำเลยอัดกลีบผ้าเพื่อประดิษฐ์เป็นดอกไม้เทียมโดยใช้เครื่องจักรเป็นการค้าซึ่งเป็นที่รังเกียจหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพหรือไม่ เกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมการค้าซึ่งเป็นที่รังเกียจหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2526 ข้อ 4(107)ระบุไว้ว่า การซักรีด อัดกลีบ กัดสีผ้า โดยใช้เครื่องจักรเป็นการค้าซึ่งเป็นที่รังเกียจหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพสำหรับกรณีของจำเลยเป็นการอัดกลีบผ้าเพื่อประดิษฐ์เป็นดอกไม้เทียมโดยใช้เครื่องจักร เห็นว่า การอัดกลีบตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครดังกล่าวหมายถึงการอัดกลีบหรือสิ่งอื่นใดเพื่อให้เป็นจีบหรือกลีบแม้การอัดกลีบแล้วผ้าที่ได้อัดกลีบนั้นจะเปลี่ยนสภาพจากผ้าที่ใช้สอยเป็นสิ่งประดิษฐ์อย่างอื่นด้วย เช่น ประดิษฐ์เป็นกลีบดอกไม้หรือใบไม้ดังเช่นที่จำเลยกระทำ ถ้าหากเป็นการอัดกลีบโดยใช้เครื่องจักรแล้วก็ถือได้ว่า เป็นการค้าซึ่งเป็นที่รังเกียจหรืออาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องข้อหานี้มานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา" พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานประกอบการค้าซึ่งกำหนดให้ควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5325/2538 อัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด โจทก์ นาย สุภกิจ สิริ สิงห์ สกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด · จำเลย - นาย สุภกิจ สิริ สิงห์ สกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิวัตน์ แก้วเกิดเคน · เสมอ อินทรศักดิ์ · ดุสิต เพชรปลูก
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1543/2511ฎีกา 620/2499ฎีกา 1495/2506ฎีกา 1685/2511ฎีกา 971-996/2512ฎีกา 290/2498ฎีกา 625/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา