คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 664/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เช่าจะบังคับให้ผู้ให้เช่าทำสัญญาเช่าต่อไปได้นั้น ต้องมีข้อกำหนดในสัญญาเช่าหรือมีนิติสัมพันธ์อื่นอันจะทำให้เกิดสิทธิดังกล่าวได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องพิพาทเพราะเหตุสัญญาเช่าได้หมดอายุการเช่าแล้วและโจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าอีกต่อไปการที่จำเลยฟ้องแย้งโดยอ้างว่าโจทก์มีวัตถุประสงค์ในทางเมตตาการุณและประกอบการกุศลขอให้โจทก์ให้จำเลยเช่าห้องพิพาทต่อไปอีกเป็นเวลา10ปีหรือมากกว่าโดยไม่ปรากฏว่ามีข้อกำหนดไว้ในสัญญาเช่าหรือโจทก์จำเลยมีนิติสัมพันธ์กันประการอื่นอันจะทำให้จำเลยมีสิทธิบังคับโจทก์ให้ทำสัญญาเช่าต่อไปได้ดังนี้ฟ้องแย้งของจำเลยจึงไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าให้ออกจากอาคารไทยลายทองของโจทก์ห้องเลขที่ 52/6 ชั้นล่างซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 2540 เนื่องจากครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาเช่าและโจทก์ได้มีหนังสือแจ้งยืนยันการไม่ต่อสัญญาเช่าให้จำเลยทราบแล้วการที่จำเลยยังคงอยู่ในอาคารดังกล่าวเป็นการละเมิดต่อโจทก์โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหาย
จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะคำสั่งสภากาชาดไทยท้ายฟ้องผู้อำนวยการสภากาชาดไทยแต่งตั้งเลขาธิการสภากาชาดไทยให้มีอำนาจเพียงให้เช่าอสังหาริมทรัพย์กว่า 3 ปีขึ้นไปเท่านั้น หาได้มอบหมายให้ขับไล่ผู้เช่าที่ไม่เคยผิดนัดผิดสัญญาทำให้สภากาชาดไทยเสียหาย เมื่อสภากาชาดไทยไม่เสียหายก็ย่อมไม่มีเหตุที่จะฟ้องใครได้ เพราะขัดกับเจตนารมณ์ในการก่อตั้งสภากาชาดไทยว่ากระทำกิจการในทางเมตตาการุณและสำหรับประกอบการกุศลโดยแท้เท่านั้น ด้วยเหตุที่สภากาชาดไทยมีวัตถุประสงค์มุ่งหมายจะกระทำกิจการในทางเมตตาการุณและเพื่อประกอบการกุศลโดยแท้ และเลขาธิการสภากาชาดไทยมีอำนาจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ได้เกินกว่า 3 ปีขึ้นไป เพื่อผู้เช่าจะได้วางแผนทางธุรกิจระยะยาวมีความมั่นใจในเสถียรภาพความคงทนถาวรในที่อยู่อาศัยไม่ต้องห่วงกังวลในเรื่องที่จะถูกไล่ที่กันง่าย ๆ เช่นที่โจทก์ทำกับจำเลยคดีนี้ ฉะนั้น จำเลยจึงถือเอาเหตุดังกล่าวเป็นฟ้องแย้งของจำเลยต่อโจทก์ เพื่อให้โจทก์อนุญาตให้จำเลยเช่าที่พิพาทเพื่ออยู่อาศัยและประกอบธุรกิจต่อไปอีกเกินกว่า 3 ปีขึ้นไปเป็น10 ปี ขอให้บังคับโจทก์ไปจดทะเบียนการเช่าห้องพิพาทกับจำเลยต่อไปอีกเป็นเวลา 10 ปี หรือมากกว่านั้น หากโจทก์ไม่ไปก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของโจทก์
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า สำหรับฟ้องแย้ง ข้ออ้างซึ่งอาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่จำเลย จำเลยจึงไม่มีข้อโต้แย้งสิทธิอันจะฟ้องแย้งได้และฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมซึ่งไม่รับฟ้องแย้ง
จำเลย อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน
จำเลย ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่ออกจากอาคารไทยลายทองห้องเลขที่ 52/6 ชั้นล่าง เพราะเหตุสัญญาเช่าได้หมดอายุการเช่าแล้วและโจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าอีกต่อไป การที่จำเลยฟ้องแย้งโดยอ้างว่าโจทก์มีวัตถุประสงค์ในทางเมตตาการุณและประกอบการกุศล ขอให้โจทก์ให้จำเลยเช่าห้องเลขที่ดังกล่าวต่อไปอีกเป็นเวลา 10 ปี หรือมากกว่าโดยไม่ปรากฏว่ามีข้อกำหนดไว้ในสัญญาเช่าหรือโจทก์จำเลยมีนิติสัมพันธ์กันประการอื่นอันจะทำให้จำเลยมีสิทธิบังคับโจทก์ให้ทำสัญญาเช่าต่อไปได้ ดังนี้ฟ้องแย้งของจำเลยจึงไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมศาลล่างทั้งสองไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยชอบแล้ว"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 664/2538
สภากาชาดไทย โจทก์
นาง อุษราณี อภิรักษ์ธนากร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - สภากาชาดไทย · จำเลย - นาง อุษราณี อภิรักษ์ธนากร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มหินทร์ สุรดินทร์กูร · อากาศ บำรุงชีพ · สละ เทศรำพรรณ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา