⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1308/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1308/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การของจำเลยที่ไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์อย่างชัดแจ้ง ถือว่าไม่มีประเด็นที่จะต้องนำสืบ.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่าเมื่อท. ขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แล้วท. เป็นตัวแทนของโจทก์ไปยื่นเรื่องราวขอแบ่งแยกออกโฉนดใหม่และจะได้โอนให้โจทก์ต่อไปแต่ท. ถึงแก่ความตายเสียก่อนจำเลยซึ่งเป็นบุตรของท. ได้เข้าสวมสิทธิในการขอออกโฉนดที่ดินพิพาทจนทางราชการออกโฉนดให้ในนามของจำเลยแต่จำเลยให้การเพียงว่าท. กับโจทก์จะตกลงกันเป็นตัวการตัวแทนเพื่อยื่นเรื่องราวขอให้ทางราชการแบ่งแยกที่ดินพิพาทหรือไม่จำเลยไม่ทราบไม่รับรองและไม่ปรากฏหลักฐานดังนี้จำเลยมิได้แสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าจำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วนรวมทั้งเหตุการณ์แห่งการนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา177วรรคสองคำให้การของจำเลยดังกล่าวจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องนำสืบข้อเท็จจริงฟังได้ว่าท. ได้ขอออกโฉนดที่ดินส่วนที่ขายให้โจทก์ในนามท. แล้วจะโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ทั้งการที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์และท. ตกเป็นโมฆะเพราะทำการซื้อขายที่ดินโดยฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามโอนภายใน5ปีนั้นจำเลยก็มิได้ให้การต่อสู้ไว้ย่อมไม่เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ม.12

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งว่า การทำนิติกรรมโอนที่ดินโฉนดเลข 37954 ซึ่งจำเลยโอนในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกของนายทิน ให้แก่จำเลยในฐานะส่วนตัวเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2534เป็นการฉ้อฉล ขอให้เพิกถอนแล้วโอนให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์อะไรกัน ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ และฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์มาโดยตลอดเกินกว่า1 ปี โดยเปิดเผย โดยสงบ โดยสุจริตในนามของจำเลยทั้งสองเองขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 37954 ตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 เป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยคำขออื่นนอกจากนั้นให้ยก จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งว่า เมื่อปี 2500 นายทิน สมานวงศ์ บิดาจำเลยได้รับจัดสรรที่ดินจากกรมประชาสงเคราะห์กระทรวงมหาดไทย เนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ ต่อมาทางราชการได้ออกโฉนดที่ดินสำหรับที่ดินดังกล่าวเป็นโฉนดเลขที่ 22079 ในนามนายทิน มีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 5 ปี หลังจากนั้นนายทินขอรังวัดแบ่งแยกในนามเดิมระหว่างดำเนินการนายทินถึงแก่ความตายจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายทินและขอเข้าสวมสิทธิในที่ดินดังกล่าว ทางราชการจึงได้ออกโฉนดที่ดินพิพาทเลขที่ 37954 ตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ในนามจำเลย ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายทิน ซึ่งจำเลยได้จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทนี้เป็นของจำเลยในฐานะส่วนตัวในภายหลัง ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าจำเลยต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์หรือไม่ โจทก์บรรยายคำฟ้องไว้ชัดเจนว่า เมื่อนายทินขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แล้ว นายทินตัวแทนของโจทก์ได้ยื่นเรื่องราวขอแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 22079 ในส่วนของโจทก์เพื่อแบ่งแยกออกโฉนดใหม่และจะได้โอนให้แก่โจทก์ตามที่ตกลงกันไว้ แต่นายทินถึงแก่ความตายเสียก่อน จำเลยได้เข้าสวนสิทธิในการขอออกโฉนดที่ดินพิพาทจนทางราชการออกโฉนดให้ในนามของจำเลย จำเลยให้การในข้อนี้เพียงว่า นายทินกับโจทก์จะตกลงกันเป็นตัวการตัวแทนเพื่อยื่นเรื่องราวขอให้ทางราชการแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 22079 ให้แก่โจทก์ จำเลยไม่ทราบ ไม่รับรอง ไม่ปรากฏหลักฐาน ดังนี้ จำเลยมิได้แสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าจำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วนรวมทั้งเหตุแห่งการนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง คำให้การของจำเลยดังกล่าวจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องนำสืบ ข้อเท็จจริงจึงต้องรับฟังตามที่โจทก์ฟ้องว่า นายทินได้ขอออกโฉนดที่ดินส่วนที่ขายให้โจทก์ในนามนายทินแล้วจะโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ทั้งการที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์และนายทินตกเป็นโมฆะนั้น จำเลยก็มิได้ให้การต่อสู้ไว้ ย่อมไม่เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์นั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1308/2540 นาย อำนวย กระจ่างโลก โจทก์ นาย สุรชัย สมานวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย อำนวย กระจ่างโลก · จำเลย - นาย สุรชัย สมานวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ระพินทร บรรจงศิลป · อำนวย สุขพรหม · ปรีชา นาคพันธุ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 42/2498ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 9577/2552ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 647/2521ฎีกา 369/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 370/2506ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 5438/2537ฎีกา 85/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ