⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2686/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2686/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องคดีแพ่งเพียงกล่าวถึงสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาโดยแจ้งชัดแล้ว ถือว่าชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่จำเป็นต้องบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับเวลา สถานที่ หรือกรรมสิทธิ์ในส่วนต่างๆ ของทรัพย์สินที่พิพาทกัน

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทจำเลยบังอาจเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยการทำนาโดยไม่ได้รับอนุญาติ เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์โจทก์ห้ามจำเลยแล้ว แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตาม โจทก์มอบให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวไม่ให้จำเลยยุ่งเกี่ยว และใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงพิพาท จำเลยได้รับหนังสือ บอกกล่าวแล้วนั้น แสดงให้เห็นว่า โจทก์ได้กล่าวถึงสภาพ แห่งข้อหาว่า จำเลยทำละเมิดเข้าไปใช้ประโยชน์โดยทำนาในที่ดินของโจทก์ และบรรยายถึงข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาคือโจทก์มอบให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวไม่ให้จำเลยยุ่งเกี่ยวและใช้ประโยชน์ในที่ดินของโจทก์ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามฟ้องโจทก์จึงได้บรรยายโดยแจ้งชัดแล้ว โจทก์หาจำต้องกล่าวให้ละเอียดไปถึงว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในส่วนใดของโฉนดที่ดินที่โจทก์ฟ้อง และส่วนใดเป็นกรรมสิทธิ์ของพจำเลยบุกรุกเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินของโจทก์ตั้งแต่เมื่อใด เพราะเป็นรายละเอียดที่จะนำสืบได้ในชั้นพิจารณา และในคดีแพ่งโจทก์หาจำต้องบรรยายข้อเท็จจริงอันเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดกรณีพิพาทในฟ้องดังเช่นการบรรยายฟ้องในคดีอาญาแต่อย่างใดไม่ ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 วรรคสอง แล้วไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 3327 ตำบลในเมือง (ยางซ้าย) อำเภอเมืองจังหวัดสุโขทัย จำเลยละเมิดสิทธิของโจทก์โดยเข้าไปทำประโยชน์ทำนาในที่ดินแปลงพิพาท โจทก์มอบอำนาจให้ทนายโจทก์มีหนังสือบอกกล่าวไปยังจำเลยเพื่อไม่ให้ยุ่งเกี่ยวและใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงพิพาทแต่เพิกเฉยไม่ยอมออกจากที่ดินแปลงพิพาท การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยและบริวารอพยพขนย้ายและห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงพิพาท จำเลยให้การว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม เพราะไม่ได้บรรยายว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในส่วนใดของโฉนดที่ดินที่โจทก์ฟ้องส่วนใดเป็นกรรมสิทธิ์ของนายพิณ เทพทอง จำเลยรุกที่ดินของโจทก์แต่เมื่อใดทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้ โจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินตามฟ้องหรือผู้มีชื่อในโฉนดเดิมคนใดไม่ได้ครอบครองที่ดิน ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่น พิพากษายกฟ้องแต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องใหม่ภายในกำหนดอายุความ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์อุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่พิเคราะห์แล้วโจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 3327 ตำบลในเมือง (ยางซ้าย)อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย เนื้อที่ 11 ไร่ 1 งาน 68 ตารางวาจำเลยได้บังคับเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยการทำนาโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ โจทก์ห้ามจำเลยแล้วแต่จำเลยไม่ปฏิบัติตาม ต่อมาเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2534โจทก์มอบให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวไม่ให้จำเลยยุ่งเกี่ยวและใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงพิพาท จำเลยได้รับหนังสือบอกกล่าวแล้วดังนี้ เห็นว่า โจทก์ได้กล่าวถึงสภาพแห่งข้อหาว่าจำเลยทำละเมิดเข้าไปใช้ประโยชน์โดยทำนาในที่ดินของโจทก์และบรรยายถึงข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาคือ โจทก์มอบให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวไม่ให้จำเลยยุ่งเกี่ยวและใช้ประโยชน์ในที่ดินของโจทก์แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามฟ้องโจทก์จึงได้บรรยายโดยแจ้งชัดแล้ว โจทก์หาจำต้องกล่าวให้ละเอียดไปถึงว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในส่วนใดของโฉนดที่ดินที่โจทก์ฟ้อง และส่วนใดเป็นกรรมสิทธิ์ของนายพิณ เทพทองจำเลยบุกรุกเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินของโจทก์ตั้งแต่เมื่อใดดังที่จำเลยให้การไม่ เพราะเป็นรายละเอียดที่จะนำสืบได้ในชั้นพิจารณา และในคดีแพ่งโจทก์หาจำต้องบรรยายข้อเท็จจริงอันเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดกรณีพิพาทมาในฟ้องดังเช่นการบรรยายฟ้องในคดีอาญาแต่อย่างใดไม่ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคสอง แล้วที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2686/2541 นาง บานเย็น หิรัญ พาณิชย์ โจทก์ นาย เฟ้อ ดวง สุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง บานเย็น หิรัญ พาณิชย์ · จำเลย - นาย เฟ้อ ดวง สุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ หัตถกรรม · อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ · อรุณ น้าประเสริฐ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3601/2530ฎีกา 2383/2536ฎีกา 759/2519ฎีกา 6196/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ