คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3800/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองทรัพย์สินที่ได้มาโดยอาศัยสิทธิของผู้อื่น เช่น การครอบครองแทนเจ้าของเดิม จะเปลี่ยนเป็นครอบครองปรปักษ์ได้ต่อเมื่อได้แสดงเจตนาต่อต้านเจ้าของเดิมอย่างชัดแจ้ง และการครอบครองนั้นต้องเป็นการครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของโดยสงบ เปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันไปตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าได้ครอบครองที่ดินและตึกแถวที่พิพาทโดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเกินสิบปีจึงได้กรรมสิทธิ์ แต่ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยเข้าอยู่อาศัยในที่ดินและตึกแถวพิพาทโดย ป.ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อนุญาต จึงเป็นการที่จำเลยยึดถือครอบครองแทน ป.เมื่อมิใช่ ป.ได้ยกที่ดินพร้อมบ้านพิพาทให้จำเลยยึดถือครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของ และไม่ปรากฏว่าจำเลยได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือตาม ป.พ.พ.มาตรา 1381 ดังนั้นไม่ว่า ว.และโจทก์ได้ซื้อที่ดินและตึกแถวพิพาทโดยสุจริตหรือไม่ จำเลยก็ไม่อาจอ้างการครอบครองปรปักษ์ขึ้นต่อสู้โจทก์ได้
โจทก์ฎีกาว่า ที่ดินและตึกแถวพิพาทมีอัตราค่าเช่าไม่น้อยกว่าเดือนละ 15,000 บาท แต่ปรากฏว่าในชั้นอุทธรณ์โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ในปัญหาดังกล่าวเพียงแต่แก้อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าเสียหายเพิ่มขึ้น ปัญหาเรื่องค่าเสียหายจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิที่จะหยิบยกปัญหานี้ขึ้นมาให้ศาลฎีกาวินิจฉัยได้อีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวรกิตต์ ตันติสัตยกุล · จำเลย - นางสาวกัลยา ชาญพนา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | คงศักดิ์ วัชรคงศักดิ์ · วินัย วิมลเศรษฐ · สิงหะ สัตยธรรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายบดินทร์ ตรีรานุรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญศรี แก้วสาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา