⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 6394/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6394/2541

ป.วิ.แพ่ง ม.177

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ในคำให้การ ต้องแสดงเหตุแห่งการปฏิเสธให้ชัดแจ้ง หากไม่แสดงเหตุแห่งการปฏิเสธ ถือว่าจำเลยไม่มีสิทธิที่จะนำสืบในข้อที่ปฏิเสธนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์คันพิพาท โดยมีจำเลยที่ 4เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งจำเลยที่ 4ให้การรับว่าได้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวจริงแต่ปฏิเสธว่าขณะทำสัญญาประกันภัย จำเลยที่ 2 และที่ 3ไม่มีส่วนได้เสียในรถยนต์ที่เอาประกันภัยโดยมิได้กล่าวในคำให้การว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่มีส่วนได้เสียอย่างไรคำให้การของจำเลยที่ 4 ดังกล่าวจึงไม่มีเหตุแห่งการปฏิเสธ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรคสอง จำเลยที่ 4 ไม่มีสิทธิที่จะนำสืบตามคำให้การนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ขับรถยนต์โดยประมาทชนรถโจทก์เสียหาย จำเลยที่ 4 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ของจำเลยที่ 2และที่ 3 ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายจำนวน 119,994 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 3 ให้การว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 มิได้เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 3 เหตุละเมิดเกิดจากความประมาทเลินเล่อของโจทก์ฝ่ายเดียว ค่าเสียหายและค่าขาดประโยชน์ที่โจทก์เรียกร้องมานั้นสูงเกินไปขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 4 ให้การว่า จำเลยที่ 4 รับประกันภัยรถยนต์คันที่เกิดเหตุไว้จริงแต่ขณะทำสัญญาประกันภัย จำเลยที่ 2 และที่ 3ยังไม่มีส่วนได้เสียในรถยนต์คันดังกล่าว จำเลยที่ 4 จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 95,994 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 23 มีนาคม 2537) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยที่ 4 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คงมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ 4เพียงประการเดียวว่า ที่จำเลยที่ 4 ให้การว่า ขณะทำสัญญาประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน 6ท-9681 กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 2และที่ 3 ยังไม่มีส่วนได้เสียในรถยนต์ที่เอาประกันภัย สัญญาดังกล่าวจึงไม่มีผลผูกพันกัน จำเลยที่ 4 ไม่ต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัยนั้นเป็นคำให้การที่ไม่มีเหตุแห่งการปฏิเสธ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสองและจำเลยที่ 4 ไม่มีสิทธิที่จะนำสืบตามคำให้การดังกล่าวหรือไม่เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 6ท-9681 กรุงเทพมหานครโดยมีจำเลยที่ 4 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวซึ่งจำเลยที่ 4 ให้การรับว่าจำเลยที่ 4 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าว แต่ปฏิเสธว่าขณะทำสัญญาประกันภัย จำเลยที่ 2และที่ 3 ไม่มีส่วนได้เสียในรถยนต์ที่เอาประกันภัยโดยมิได้กล่าวในคำให้การว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่มีส่วนได้เสียอย่างไรคำให้การของจำเลยที่ 4 ดังกล่าวจึงไม่มีเหตุแห่งการปฏิเสธไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสองจำเลยที่ 4 จึงไม่มีสิทธิที่จะนำสืบตามคำให้การนั้น ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 4 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6394/2541 ร้อยโท ชลอ ประสงค์อาชวะ โจทก์ นาย ชู ชีพ สุนทร สุข กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร้อยโท ชลอ ประสงค์อาชวะ · จำเลย - นาย ชู ชีพ สุนทร สุข กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วุฒินันท์ สุขสว่าง · ระพินทร บรรจงศิลป · ประกาศ บูรพางกูร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3231/2557ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 119/2532ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 3827/2542ฎีกา 234/2491ฎีกา 759/2519ฎีกา 531-532/2474ฎีกา 8087/2543ฎีกา 1601/2529ฎีกา 590/2521ฎีกา 2881/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ