คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6545/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโต้แย้งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่นำยึดซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลล่างวินิจฉัยมาแล้ว และทุนทรัพย์ในชั้นร้องขัดทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฎีกาว่าทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 ไม่ใช่เป็นของผู้ร้อง อันเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังมาซึ่งเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีตีราคาทรัพย์สินพิพาทไว้เพียง 71,000 บาท และโจทก์เองก็เห็นชอบในราคาประเมินดังกล่าว อันถือได้ว่าเป็นทุนทรัพย์ในชั้นร้องขัดทรัพย์ย่อมต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 4 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 289,105 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 239,030 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสามดังกล่าวร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยทั้งสามไม่ชำระโจทก์ได้ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี และนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดคือจักรเย็บผ้าอุตสาหกรรมจำนวน 13 รายการ ไม่ใช่ของจำเลยที่ 2 แต่เป็นของผู้ร้อง ขอให้มีคำสั่งปล่อยทรัพย์ดังกล่าว
โจทก์ให้การว่า ในวันที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดทรัพย์พิพาทนั้น ผู้ร้องไม่มีหลักฐานการเป็นเจ้าของมาแสดง ผู้ร้องยื่นคำร้องเพื่อประวิงการบังคับคดีขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปล่อยจักรเย็บผ้าอุตสาหกรรมจำนวน 13 รายการ ที่โจทก์นำยึด
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์ฎีกาว่าจักรเย็บผ้าอุตสาหกรรมจำนวน 13 รายการ ที่โจทก์นำยึดเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2ไม่ใช่เป็นของผู้ร้อง เป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังมาซึ่งเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีตีราคาทรัพย์สินพิพาทไว้เพียง 71,000 บาท และโจทก์เองก็เห็นชอบในราคาประเมินดังกล่าว อันถือได้ว่าเป็นทุนทรัพย์ในชั้นร้องขัดทรัพย์ ย่อมต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์มาโดยไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"
พิพากษายกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6545/2541
บริษัท เค.เอ็ม.ดาวรุ่ง อิมเป็กส์ จำกัด โจทก์
นางสาว ไพรินทร์ พุทธพงษ์ ผู้ร้อง
นาย วิชัย สันตินันทรัตน์ หรือนายไพโรจน์ ตระกูลฤทธิ ขาว จำเลย
กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท เค.เอ็ม.ดาวรุ่ง อิมเป็กส์ จำกัด · ผู้ร้อง - นางสาว ไพรินทร์ พุทธพงษ์ · จำเลย - นาย วิชัย สันตินันทรัตน์ หรือนายไพโรจน์ ตระกูลฤทธิ ขาว · จำเลย - กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพศาล เจริญวุฒิ · สมปอง เสนเนียม · สมลักษณ์ จัดกระบวนพล |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ