⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2726/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2726/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญา 2 ฉบับในคดีเดียวกัน ให้รวมทุนทรัพย์ของสัญญาเหล่านั้นเพื่อวินิจฉัยสิทธิอุทธรณ์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ย่อคำพิพากษา

ในกรณีที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยคนเดียวรับผิดชำระเงินกู้ 2 รายมาในคำฟ้องเดียวกันโดยแยกทำสัญญากู้เป็น 2 ฉบับ การวินิจฉัยสิทธิอุทธรณ์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจะต้องคำนวณโดยการรวมทุนทรัพย์ตามสัญญากู้ทั้ง 2 ฉบับ ในคำฟ้องนั้น (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2523) หมายเหตุ คำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ 1076/2514 (ประชุมใหญ่) วินิจฉัยทำนองเดียวกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ ๒๐,๐๐๐ บาท ทำสัญญากู้และออกเช็คมอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ ต่อมาจำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์อีก ๓๐,๐๐๐ บาท ทำสัญญากู้และออกเช็คมอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ จำเลยที่ ๑ ยังได้ออกเช็คจำนวนเงิน ๓,๐๐๐ บาท เพื่อชำระดอกเบี้ยล่วงหน้าแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันการกู้เงินครั้งหลังจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระหนี้ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินต้น ๕๓,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ย ๒๕,๕๐๖ บาท ๒๕ สตางค์ แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การว่ากู้เงินโจทก์เพียง ๓๐,๐๐๐ บาท ได้ออกเช็คค้ำประกันไว้ต่อมาจำเลยที่ ๑ ชำระเงินแก่โจทก์ ๑๐,๐๐๐ บาท และออกเช็คจำนวนเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ชำระหนี้ ต่อมาได้ชำระหนี้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่าโจทก์ผ่อนเวลาชำระหนี้ให้จำเลยที่ ๑ และหนี้ดังกล่าวมีการชำระครบถ้วนแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงินแก่โจทก์ ๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องย้อนหลังไป ๕ ปี โดยให้หักเงินจำนวน ๖,๐๐๐ บาท ที่จำเลยที่ ๑ ชำระแล้วออกเสียก่อน และยกคำขออื่น จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินกู้ ๓๐,๐๐๐ บาท (การกู้ครั้งหลัง) พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องย้อนหลังไป ๕ ปีแก่โจทก์ โดยหักเงินจำนวนดังกล่าวออก ๖,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องบังคับจำเลยที่ ๑ ให้ชำระหนี้ตามสัญญากู้ ๒ ฉบับ รวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยฉบับแรกเป็นเงิน ๓๐,๓๗๕ บาท ฉบับหลังเป็นเงิน ๔๔,๘๑๒ บาทเศษ ศาลชั้นต้นบังคับให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินตามสัญญากู้ทั้งสองฉบับแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าบังคับให้จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้แก่โจทก์ตามสัญญากู้ฉบับหลังเท่านั้น จำเลยที่ ๑ ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ ๑ ได้ชำระหนี้ตามสัญญากู้ฉบับหลังพร้อมทั้งดอกเบี้ยแล้ว จึงมีปัญหาวินิจฉัยในเบื้องแรกว่า จำเลยที่ ๑ มีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่ เพราะทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า ในกรณีที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยคนเดียวรับผิดชำระเงินกู้ ๒ รายมาในคำฟ้องเดียวกันโดยแยกทำสัญญาเป็น ๒ ฉบับ การวินิจฉัยสิทธิอุทธรณ์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจะต้องคำนวณโดยการรวมทุนทรัพย์ตามสัญญากู้ทั้ง ๒ ฉบับในคำฟ้องนั้น จำเลยที่ ๑ จึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ และข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้ชำระหนี้ตามสัญญากู้ฉบับหลังให้โจทก์แล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2726/2528 นางรัตนา บุตรศิริ โจทก์ นายเสน่ห์ จุมพบุตร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางรัตนา บุตรศิริ · จำเลย - นายเสน่ห์ จุมพบุตร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุรินทร์ มาศพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชวลิต นราลัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 142/2492ฎีกา 1452/2511ฎีกา 8903/2553ฎีกา 1679/2540ฎีกา 231/2482ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1168/2520ฎีกา 3007/2525ฎีกา 170/2546ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2812/2539ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1030/2509ฎีกา 2186/2550ฎีกา 891/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2657/2534ฎีกา 306/2506ฎีกา 1002/2509ฎีกา 8444/2538ฎีกา 4007/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา