⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1369/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1369/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ต้นกัญชาปลูกอยู่ในที่ดินที่จำเลยครอบครองและมีลักษณะที่บ่งชี้ว่าปลูกมานานพอสมควร ย่อมเป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าจำเลยน่าจะรู้เห็นและเป็นผู้ปลูก

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์ไม่มีพยานเห็นจำเลยปลูกกัญชา แต่ต้นกัญชาปลูกอยู่ในที่ดินของจำเลยซึ่งครอบครองเป็นสัดส่วน แยกต่างหากจากที่ดินของผู้อื่นโดยปลูกแซม กับต้นกาแฟ และมีความสูงเฉลี่ย 2 เมตร แสดงว่าต้องใช้ระยะเวลานาน พอสมควร จำเลยน่าจะรู้เห็นจึงไม่มีเหตุให้สงสัยว่า ต้นกัญชามิใช่ของจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.26 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.75 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.76

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 26, 75, 76, 102ริบกัญชาของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 26 วรรคหนึ่ง วรรคสอง, 75 วรรคหนึ่ง, 76 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากันลงโทษฐานผลิตกัญชาจำคุก 2 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง แต่ริบของกลาง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่าจำเลยกระทำผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่โจทก์มีร้อยตำรวจโทจรัญ พรหมคีรี และสิบตำรวจตรีสายยา สมบูรณ์เบิกความสอดคล้องกันว่า เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2539 ขณะพยานทั้งสองออกตรวจพื้นที่ถึงบริเวณบ้านห้วยกรวดได้รับแจ้งจากสายลับว่าภายในสวนจำเลยมีการลักลอบปลูกกัญชาเป็นจำนวนมาก พยานทั้งสองกับพวกจึงเดินทางไปยังสวนจำเลย พบว่ามีการปลูกต้นกัญชาแซม กับต้นกาแฟตรวจนับได้ 80 ต้น จึงถอนต้นกัญชายึดเป็นของกลาง นอกจากนั้นโจทก์ยังมีนายวิโรจน์ สินธุเสน และนางบุญสิน ยงกำลังมาเบิกความว่า บ้านและสวนจำเลยอยู่ติดเนิน เขา วันเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจนำกัญชาของกลางออกมาจากทางสวนจำเลยและโจทก์มีนายสมพงษ์ ดำเกาะสมุย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมาเบิกความว่าเคยเตือนให้จำเลยทำลายต้นกัญชา แต่จำเลยเพิกเฉย จึงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยปลูกและมีกัญชาของกลางไว้ในครอบครอง ที่จำเลยนำสืบว่า สวนจำเลยปลูกเฉพาะทุเรียนสะตอ และเงาะ แต่มิได้ปฏิเสธกัญชาของกลางว่าเจ้าพนักงานตำรวจได้จากสวนจำเลยหรือของผู้ใดพยานหลักฐานจำเลยจึงไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่านายวิโรจน์และนางบุญสินมิได้เบิกความยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้ปลูกต้นกัญชาเห็นว่า แม้โจทก์ไม่มีพยานเห็นจำเลยปลูกกัญชา แต่ต้นกัญชาปลูกอยู่ในที่ดินของจำเลยซึ่งครอบครองเป็นสัดส่วนแยกต่างหากจากที่ดินของผู้อื่นโดยปลูกแซม กับต้นกาแฟ และมีความสูงเฉลี่ย 2 เมตร แสดงว่าต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควรจำเลยน่าจะรู้เห็นจึงไม่มีเหตุให้สงสัยว่าต้นกัญชามิใช่ของจำเลยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1369/2542 พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด หลัง สวน โจทก์ นาย วชิราหรือวชิระหรือเท่งหรือตุ๊ก กัล ชนะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด หลัง สวน · จำเลย - นาย วชิราหรือวชิระหรือเท่งหรือตุ๊ก กัล ชนะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บัญชา สหเกียรติมนตรี · ธีระจิต ไชยาคำ · สุรพล เจียมจูไร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 222/2535ฎีกา 7074/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 3371/2546ฎีกา 5078/2537ฎีกา 282/2536ฎีกา 411/2537ฎีกา 4014/2534ฎีกา 486/2543ฎีกา 2219/2527ฎีกา 1346/2540ฎีกา 4662/2529ฎีกา 421/2537ฎีกา 1703/2545ฎีกา 2322/2539ฎีกา 6651/2541ฎีกา 2852/2530ฎีกา 655/2543ฎีกา 576/2546ฎีกา 8061/2544ฎีกา 93/2543ฎีกา 1051/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ