คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2219/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าการกระทำผิดหลายกรรมเป็นกรรมเดียวกันหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยแก้ไขได้ แม้จำเลยจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยในการพิจารณาของศาลฎีกาปรากฏว่าฟ้องโจทก์เฉพาะ กระทงความผิดฐานผลิตกัญชาหรือปลูกต้นกัญชาและกระทงความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งกัญชาที่ปลูกไว้ดังกล่าวนั้น แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องอ้างว่าการกระทำผิดสองฐานนี้เป็นความผิดต่างกระทงต่างกรรมกันจำเลยให้การรับสารภาพและศาลล่างลงโทษมาเป็นสองกรรมก็ตาม แต่ความผิดทั้งสองฐานความผิดดังกล่าวก็เป็นความผิดกรรมเดียวกัน ปัญหาดังกล่าวนี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะมิได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้และเมื่อได้ยกปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวขึ้นวินิฉัยแล้ว แม้จำเลยจะฎีกาขึ้นมาเพียงขอให้รอการลงโทษ ซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและต้องห้าม ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงรวมข้อดุลพินิจในการกำหนดโทษต่อไปได้ด้วย
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 9/2527)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.26 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.57 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.75 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.76 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.92 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.26 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.57 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.75 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.76 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.92 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๒๕ จำเลยมีอาวุธปืนลูกซองสั้นไม่มีเครื่องหมายทะเบียน ๑ กระบอกและกระสุนปืน ๒ นัด ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยผลิตกัญชาโดยปลูกต้นกัญชาไว้ในบริเวณบ้านของจำเลยจำนวนหลายต้น จำเลยมีไว้ในครอบครองซึ่งกัญชาที่จำเลยปลูกไว้ดังกล่าวเป็นกัญชาสด ๑ มัด หนัก ๕ กิโลกรัม และกัญชาแห้ง ๑ ห่อ หนัก ๑ กรัมและจำเลยเสพกัญชาที่มีไว้โดยการสูบเข้าร่างกาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ คำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๕ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๖ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒มาตรา ๔, ๗, ๒๖, ๕๗, ๗๕, ๗๖, ๙๒, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๓๒ ริบของกลางทั้งหมดด้วย
จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษ ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน และปรับ ๔,๐๐๐ บาทฐานผลิตกัญชา ให้จำคุก ๒ ปี และปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท ฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครอง จำคุก ๖ เดือน และปรับ ๒,๐๐๐ บาท และฐานเสพกัญชา ให้จำคุก๖ เดือน และปรับ ๖๐๐ บาท รวม ๔ กระทง เป็นจำคุก ๔ ปี ๖ เดือน และปรับ๒๖,๖๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๒ ปี ๓ เดือน และปรับ ๑๓,๓๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ของกลางริบ
โจทก์อุทธรณ์ขอไม่ให้รอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ไม่สมควรรอการลงโทษ พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง จำคุก ๑ ปีฐานผลิตกัญชา จำคุก ๒ ปี ฐานมีกัญชา จำคุก ๑ เดือน และฐานเสพกัญชาจำคุก ๑ เดือน รวมเป็นจำคุก ๓ ปี ๒ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑ ปี ๗ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนกันมาในข้อที่ว่าจำเลยมีความผิดรวม ๔ กระทงตามฟ้อง เพียงแต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษที่ศาลชั้นต้นแก่จำเลยและไม่รอการลงโทษเท่านั้น แต่โทษที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงแก่จำเลยในแต่ละกระทงก็ยังจำคุกไม่เกิน ๑ ปี และปรับไม่เกิน๑๐,๐๐๐ บาท คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๖ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลย และในการพิจารณาของศาลฎีกาปรากฏว่าฟ้องโจทก์เฉพาะกระทงความผิดฐานผลิตกัญชาหรือปลูกต้นกัญชาและกระทงความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งกัญชาที่ปลูกไว้ดังกล่าวนั้น แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องอ้างว่าการกระทำผิด ๒ ฐานนี้เป็นความผิดต่างกระทงต่างกรรมกัน และจำเลยให้การรับสารภาพก็ตามแต่ความผิดทั้ง ๒ ฐานความผิดดังกล่าวก็เป็นความผิดกรรมเดียวกัน ปัญหาดังกล่าวนี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะมิได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็เห็นควรยกขึ้นแก้ไขเสียให้ถูกต้อง และเมื่อได้ยกปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยแล้ว แม้จำเลยจะฎีกาขึ้นมาเพียงขอให้รอการลงโทษ ซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นศาลฏีกาย่อมมีอำนาจวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงรวมข้อดุลพินิจในการกำหนดโทษต่อไปได้ด้วย ซึ่งในคดีนี้ปรากฏว่าอาวุธปืนและกระสุนปืนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองนั้น จำเลยเพียงแต่ครอบครองไว้ในบ้านช่องของจำเลยมิได้พกพาไปในที่สาธารณะให้เป็นที่หวาดเสียวหรือกระทบกระเทือนต่อความสงบสุขของประชาชน ส่วนกัญชาที่จำเลยปลูกไว้ก็ไม่ปรากฏตามฟ้องโจทก์ว่ามีกี่ต้นแน่ เพียงแต่เมื่อรวมน้ำหนักกัญชาที่จำเลยปลูกไว้แล้วได้น้ำหนักเป็นกัญชาสด ๕ กิโลกรัม และกัญชาแห้ง ๑ กรัม ทั้งกัญชาที่จำเลยเสพก็คือกัญชาที่จำเลยปลูกขึ้นและมีไว้ดังกล่าวนั่นเอง กัญชาดังกล่าวมีจำนวนไม่มาก ส่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยปลูกไว้เพื่อเสพและข้อเท็จจริงตามฟ้องก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยปลูกและมีกัญชาตามฟ้องไว้เพื่อจำหน่ายแต่อย่างใด จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน และจำเลยต้องจำคุกตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาเป็นเวลาเกือบหนึ่งปี พอจะรู้สึกตัวกลัวผิดแล้ว ประกอบกับโดยพฤติการณ์แห่งคดีดังกล่าวมา คดีมีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษให้จำเลยตามที่จำเลยฎีกาขึ้นมา
พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานผลิตกัญชาและมีกัญชาไว้ในครอบครองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๖ วรรคแรก ซึ่งมีโทษตามมาตรา ๗๕ และ ๗๖ วรรคแรก ตามลำดับที่โจทก์ฟ้องจำเลยนั้น เป็นความผิดกรรมเดียวกันให้ลงโทษจำเลยฐานผลิตกัญชาซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ และให้รอการลงโทษทั้งหมดของจำเลยไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2219/2527
พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์
นายสงวน สาดสี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก · จำเลย - นายสงวน สาดสี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา พานิชวงศ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรานอม มหรรณพ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายปัญญารัตน์ วิระยะวานิช · ศาลอุทธรณ์ - นายนิเวศน์ คำผอง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา