⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1451/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1451/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกันจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของและแหล่งกำเนิดของสินค้า จะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าได้

ย่อคำพิพากษา

เครื่องหมายการค้าของโจทก์เครื่องหมายหนึ่งคือ "CK" อ่านว่า "ซีเค" ส่วนอีกเครื่องหมายหนึ่งคือ "CK Calvin Klein" โดยคำว่า "CK" กับ "Calvin Klein" วางทับซ้อนกันรวมเป็นอักษร 13 ตัว อ่านแยกกันเป็น "ซีเค" และ "คาลวินไคลน์" ส่วนเครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นอักษรโรมัน คือ ในส่วนคำสำคัญคือคำว่า "CCKK" นั้น มีลักษณะเป็นอักษรประดิษฐ์ โดยอักษรตัวแรกคือ ตัว C และ อักษรตัวที่ 3 คือตัว K มีขนาดเท่ากัน อักษรตัวที่สองคือตัว C และอักษรตัวสุดท้ายคือตัว K มีขนาดใหญ่กว่า รวมเป็นตัวอักษร 4 ตัววางเรียงกัน แม้ตัวอักษรตัวที่ 2 คือตัว C และอักษรตัวที่ 4 คือ ตัว K จะมีขนาดใหญ่กว่าอักษรอีก 2 ตัว แต่ก็เห็นได้ชัดว่าระหว่างตัว C และ K ที่ขนาดใหญ่ขึ้นนั้นมีอักษรตัว K อีกตัวหนึ่งคั่นอยู่ จึงอ่านได้ว่า "ซี ซี เค เค" มิใช่ "ซีเค" อย่างของโจทก์แต่อย่างใด จึงเห็นได้ว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยกับของโจทก์ดังกล่าวมีรูปลักษณะตัวอักษร การวางตัวอักษร จำนวนตัวอักษร และเสียงเรียกขานที่แตกต่างกันจนสังเกตได้ชัดเจน ถือไม่ได้ว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ขอจดทะเบียนมีลักษณะเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ถึงขนาดนับได้ว่าทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของและแหล่งกำเนิดของสินค้าได้ และไม่ปรากฏว่าเป็นเครื่องหมายการค้าที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรัฐประศาสโนบายแต่อย่างใด จึงไม่ใช่เครื่องหมายการค้าที่ต้องห้ามรับจดทะเบียน ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 8(10) และ (11) การที่จำเลยขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวจึงไม่เป็นการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิขอให้ห้ามจำเลยใช้หรือขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ม.8 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ม.13

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้พิพากษาว่า เครื่องหมายการค้าที่จำเลยยื่นขอจดทะเบียนตามคำขอเลขที่ 250784 มีลักษณะเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์คำว่า "CK Calvin Klein" และคำว่า "CK" ซึ่งมีรูปเครื่องหมายดังกล่าวข้างต้น จนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า และโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดังกล่าวทั้งหมดดีกว่าจำเลย เครื่องหมายการค้าของจำเลยตามคำขอเลขที่ 250784 ไม่มีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ ให้จำเลยถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำขอเลขที่ 250784 หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ห้ามจำเลยใช้ ยื่นคำขอจดทะเบียนหรือเกี่ยวข้องในทางใด ๆ กับเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 250784 และเครื่องหมายการค้าอื่นใดที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์อีกต่อไป จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า เครื่องหมายการค้าทั้งของจำเลยกับของโจทก์เป็นประเภทคำ เครื่องหมายการค้าของโจทก์ เครื่องหมายหนึ่งคือ "CK" เป็นอักษรโรมันตัวพิมพ์ใหญ่ 2 ตัว ติดกันอ่านว่า "ซีเค" ส่วนอีกเครื่องหมายหนึ่งคือ "CK Calvin Klein" ก็เป็นอักษรโรมันตัวพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก โดยนำคำ "CK" กับ "Calvin Klein" วางทับซ้อนกัน รวมเป็นตัวอักษรทั้งหมด 13 ตัว อ่านแยกกันเป็น "ซีเค" และ "คาลวิน ไคลน์" ส่วนเครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นอักษรโรมัน คำว่า "CCKK" มีคำว่า "JEANS" ต่อท้าย แต่จำเลยได้สละไม่ขอถือสิทธิคำว่า "JEANS" แต่ผู้เดียวแล้ว ในส่วนคำสำคัญคือคำว่า "CCKK" นั้น มีลักษณะเป็นอักษรประดิษฐ์ โดยอักษรตัวแรกคือ ตัว C และอักษรตัวที่ 3 คือ ตัว K มีขนาดเท่ากัน อักษรตัวที่สองคือตัว C และอักษรตัวสุดท้ายคือ ตัว K มีขนาดใหญ่กว่า รวมเป็นตัวอักษร 4 ตัว วางเรียงกัน แม้อักษรตัวที่ 2 คือ ตัว C และอักษรตัวที่ 4 คือ ตัว K จะมีขนาดใหญ่กว่าอักษรอีก 2 ตัว แต่ก็เห็นได้ชัดว่าระหว่าง ตัว C และ K ที่ขนาดใหญ่ขึ้นนั้นมีอักษรตัว K อีกตัวหนึ่งคั่นอยู่ จึงอ่านได้ว่า "ซี ซี เค เค" มิใช่ "ซี เค" อย่างของโจทก์แต่อย่างใด จึงเห็นได้ว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยกับของโจทก์ดังกล่าวมีรูปลักษณะตัวอักษร การวางตัวอักษร จำนวนตัวอักษรและเสียงเรียกขานที่แตกต่างกันจนสังเกตได้ชัดเจน ถือไม่ได้ว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ขอจดทะเบียนมีลักษณะเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ถึงขนาดนับได้ว่าทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของและแหล่งกำเนิดของสินค้าได้ และไม่ปรากฏว่าเป็นเครื่องหมายที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรัฐประศาสโนบายแต่อย่างใด จึงมิใช่เครื่องหมายการค้าที่ต้องห้ามรับจดทะเบียน ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 8 (10) และ (11) ดังที่โจทก์อุทธรณ์ การที่จำเลยขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวจึงไม่เป็นการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิขอให้ห้ามจำเลยใช้หรือขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามฟ้องได้ และเมื่อวินิจฉัยมาดังนี้แล้วอุทธรณ์ของโจทก์ข้อสุดท้ายในปัญหาเรื่องการลวงขายจึงไม่จำต้องวินิจฉัยอีก เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง และที่โจทก์ขอแถลงการณ์ด้วยวาจานั้น ศาลฎีกาเห็นว่าไม่จำเป็น จึงให้งดเสีย ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 3,000 บาท แทนจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1451/2542 คาลวิน ไคลน์ เทรดมาร์ค ทรัสต์ โจทก์ นายอุดม ตันติพงศ์วศิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - คาลวิน ไคลน์ เทรดมาร์ค ทรัสต์ · จำเลย - นายอุดม ตันติพงศ์วศิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมนูญ โชคชัยพิทักษ์ · สุเมธ อุปนิสากร · จรัญ หัตถกรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายจักร อุตตโม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5269/2542ฎีกา 9041/2547ฎีกา 2285/2559ฎีกา 3824/2543ฎีกา 310/2550ฎีกา 4432/2553ฎีกา 4603/2552ฎีกา 2600/2549ฎีกา 2667/2559ฎีกา 6270/2554ฎีกา 6113/2555ฎีกา 6121/2544ฎีกา 1131/2559ฎีกา 296/2546ฎีกา 1287/2544ฎีกา 2216/2559ฎีกา 8779/2542ฎีกา 8834/2542ฎีกา 6934/2549ฎีกา 2504/2553ฎีกา 3737/2549ฎีกา 649/2550ฎีกา 3344/2545ฎีกา 4488-4490/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา