⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 885/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 885/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลาออกจากสมาชิกภาพแห่งสภาเทศบาลต้องเกิดจากเจตนาของผู้ลาออกในขณะยื่นใบลาออก การลงลายมือชื่อในใบลาออกล่วงหน้าโดยไม่มีเจตนาลาออกในขณะนั้น ไม่มีผลเป็นการลาออกตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การลาออกจากสมาชิกภาพแห่งสภาเทศบาลตาม พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 19 (3) ต้องเป็นกรณีที่สมาชิกสภาเทศบาลนั้นมีเจตนาจะลาออกในขณะที่ยื่นใบลาออกต่อผู้ว่าราชการจังหวัด การที่โจทก์ทั้งสามได้ลงลายมือชื่อในใบลาออกไว้ล่วงหน้าโดยโจทก์ทั้งสามไม่มีเจตนาจะลาออกในขณะลงลายมือชื่อและในขณะยื่นใบลาออกต่อจำเลย จึงไม่มีผลเป็นการลาออกจากสมาชิกภาพแห่งสภาเทศบาลตามบทบัญญัติดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 ม.19

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสามฟ้องว่า เดิมโจทก์ทั้งสามเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ ต่อมาได้มีกลุ่มบุคคลนำเอกสารใบลาออกที่โจทก์ทั้งสามได้ลงลายมือชื่อไว้ล่วงหน้าโดยมิอาจขัดขืนได้ไปยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัด โดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งสาม หลังจากนั้นจำเลยมีหนังสือแจ้งไปยังนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ให้โจทก์ทั้งสามสิ้นจากการเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ และประกาศเลือกตั้งภายใน ๙๐ วัน การกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งสามทำให้ไม่สามารถใช้สิทธิในการเป็นสมาชิกสภาเทศบาลต่อไปได้ ทำให้โจทก์ทั้งสามได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยมีคำสั่งให้ใบลาออกของโจทก์ทั้งสามเป็นโมฆะและคืนการเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ให้แก่โจทก์ทั้งสาม และให้จำเลยเลื่อนวันประชุมลงมติในวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๑ ไปจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาชี้ขาดการเป็นสมาชิกของโจทก์ทั้งสาม ศาลมีคำสั่งรับฟ้องเฉพาะคำขอท้ายฟ้องข้อ ๑ ที่ขอให้จำเลยมีคำสั่งให้ใบลาออกของโจทก์ทั้งสามเป็นโมฆะและคืนการเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ให้แก่โจทก์ทั้งสาม จำเลยให้การว่า การลาออกของโจทก์มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย การที่จำเลยได้ให้นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลแทนตำแหน่งที่ว่างลงภายใน ๙๐ วัน เป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย จำเลยไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการคืนการเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ให้แก่โจทก์ทั้งสาม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า คำวินิจฉัยของจำเลยที่วินิจฉัยว่า สมาชิกภาพแห่งสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ของโจทก์ทั้งสามสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๙ (๓) ของ พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ห้ามมิให้จำเลยกระทำการใด ๆ ที่สืบเนื่องจากคำวินิจฉัยดังกล่าว ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๓ ทวิ ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า การลาออกจากสมาชิกภาพแห่งสภาเทศบาลตามมาตรา ๑๙ (๓) แห่ง พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ต้องเป็นกรณีที่สมาชิกสภาเทศบาลนั้น ๆ มีเจตนาจะลาออกในขณะที่ยื่นใบลาออกต่อผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับคดีนี้คู่ความรับกันว่า โจทก์ทั้งสามได้ลงลายมือชื่อในใบลาออกไว้ล่วงหน้า โดยขณะที่โจทก์ทั้งสามลงลายมือชื่อในใบลาออกนั้น โจทก์ทั้งสามยังไม่มีเจตนาที่จะลาออก จึงไม่ได้ลงวันที่ในใบลาดังกล่าว และขณะที่นางบุษบานำใบลาออกของโจทก์ทั้งสามไปยื่นต่อจำเลยนั้น ก็ไม่ได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ทั้งสาม กรณีจึงฟังไม่ได้ว่าในขณะที่นางบุษบานำใบลาออกจากสมาชิกภาพของโจทก์ทั้งสามไปยื่นต่อจำเลยนั้น โจทก์ทั้งสามมีเจตนาที่จะลาออกจากสมาชิกภาพแห่งสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ ฉะนั้น การยื่นใบลาออกจากสมาชิกภาพแห่งสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ของโจทก์ทั้งสาม ที่ได้ลงลายมือชื่อไว้ล่วงหน้าโดยโจทก์ทั้งสามไม่มีเจตนาจะลาออกในขณะลงลายมือชื่อและในขณะยื่นใบลาออกต่อจำเลย จึงไม่มีผลเป็นการลาออกจากสมาชิกภาพแห่งสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ของโจทก์ทั้งสาม ตาม พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๑๙ (๓) พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 885/2542 นายสมยศ ใจคำ กับพวก โจทก์ นายประวิทย์ สีห์โสภณ (ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่) จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมยศ ใจคำ กับพวก · จำเลย - นายประวิทย์ สีห์โสภณ (ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัย ชื่นชมพูนุท · สุรินทร์ นาควิเชียร · กนก พรรณรักษา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นางศุภลักษณ์ พิชญเวคิน · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4570/2532ฎีกา 703/2524ฎีกา 3697/2534ฎีกา 3864/2526ฎีกา 1533/2534ฎีกา 3424/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา