⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3531-3532/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3531-3532/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่ระงับสิ้นไปแล้ว ไม่มีมูลหนี้ จึงไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4

ย่อคำพิพากษา

ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 การออกเช็คที่จะเป็นความผิดนั้น ต้องเป็นการออกเช็คที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค เมื่อหนี้เงินกู้และดอกเบี้ยซึ่งเป็นหนี้ประธานระงับสิ้นไป หนี้จำนองและหนี้ค้ำประกันซึ่งเป็นหนี้อุปกรณ์ย่อมระงับไปด้วย เช็คพิพาทเป็นเช็คที่จำเลยออกเพื่อชำระเกี่ยวกับหนี้อุปกรณ์ดังกล่าวจึงไม่มีมูลหนี้ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตาม บทบัญญัติดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนขอให้ ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ และ ป.อ. มาตรา ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องทั้งสองสำนวน จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ป.อ. มาตรา ๙๑ ลงโทษจำคุกกระทงละ ๑ เดือน รวมจำคุก ๖ เดือน จำเลยอุทธรณ์ทั้งสองสำนวน ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องทั้งสองสำนวน โจทก์ฎีกาทั้งสองสำนวน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาได้พิจารณาสัญญากู้และสัญญาค้ำประกัน เห็นว่านางนภาพรกู้เงินจากโจทก์โดยตรง ฉะนั้น ข้อเท็จจริงตามที่ ปรากฏในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงในฟ้อง ประกอบกับการฟ้องขอให้ลงโทษผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ วรรคแรก ระบุว่า "ผู้ใดออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มี อยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย?" นั้น แสดงว่าการกระทำที่เป็นความผิดนั้นจะต้องมีมูลหนี้อยู่จริงและบังคับได้ ตามกฎหมาย ทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าระหว่างโจทก์และจำเลยมีมูลหนี้ตามเช็คอย่างไร หากจะมีมูลหนี้ก็เป็นมูลหนี้ระหว่างจำเลยกับนายถวิลสามีโจทก์อันเกิดจากสัญญากู้ และสัญญาค้ำประกันที่นางนภาพรกู้เงินจากนายถวิล สามีโจทก์ โดยจำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันได้ออกเช็คให้แก่นายถวิลสามีโจทก์เท่านั้น ทั้งไม่ปรากฏว่านายถวิลสามีโจทก์ได้โอนเช็คดังกล่าวนั้นให้โจทก์หรือไม่และในฐานะใดอันพอที่จะแสดงให้เห็นว่าโจทก์ในฐานะผู้ทรงเป็น ผู้เสียหายโดยชอบด้วยกฎหมาย ที่มีอำนาจฟ้องจำเลยผู้สั่งจ่ายเช็ค จำเลยก็นำสืบต่อสู้ว่า สัญญากู้และสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ. ๑๑ และ จ. ๑๒ นางนภาพรผู้กู้ และจำเลยลงชื่อไปโดยยังไม่ได้กรอกข้อความและเช็คดังกล่าวเป็น เช็คค้ำประกันค่าแชร์ที่จำเลยเป็นนายวงแชร์ เนื่องจากนายถวิลสามีโจทก์เป็นผู้เปียแชร์ได้ รูปคดีจึงต้องยกฟ้องโจทก์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๒ วรรคสอง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3531 - 3532/2543 นางปราณี กีรติเกรียงไกร โจทก์ นางหทัยรัตน์ ศรีจรรยานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางปราณี กีรติเกรียงไกร · จำเลย - นางหทัยรัตน์ ศรีจรรยานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ · วิเทพ ศิริพากย์ · มงคล ทับเที่ยง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระโขนง - นายสมเกียรติ อุ่นอนันต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิเชียร มงคล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 5209/2566ฎีกา 920/2550ฎีกา 4226/2539ฎีกา 5414/2536ฎีกา 4260/2541ฎีกา 591/2540ฎีกา 199/2537ฎีกา 3490/2548ฎีกา 6581-6582/2556ฎีกา 460/2537ฎีกา 6888/2550ฎีกา 1483/2538ฎีกา 14397/2555ฎีกา 3694/2553ฎีกา 960/2541ฎีกา 4826/2565ฎีกา 13/2553ฎีกา 713/2539ฎีกา 235/2540ฎีกา 4343/2565ฎีกา 4411/2536ฎีกา 755/2547ฎีกา 5645/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา