⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 13/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13/2553

ป.พ.พ. ม.1007 · พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ม.4

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขวันสั่งจ่ายในเช็คที่ถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้ว ไม่ทำให้เช็คกลับมามีผลสมบูรณ์อีก และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ เกิดขึ้นนับแต่วันที่เช็คถูกปฏิเสธการจ่ายเงินครั้งแรกแล้ว การเรียกเก็บเงินอีกครั้งจึงไม่เป็นความผิดใหม่.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยนำเช็คที่ถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้วมาแก้ไขวันที่และลงชื่อกำกับวันที่แก้ไขไว้ไปชำระหนี้ค่าเช่าซื้อแก่ผู้เสียหาย แม้จะเจตนาให้มีผลผูกพันเพื่อชำระหนี้ค่าเช่าซื้อ และเป็นการแก้ไขวันสั่งจ่ายซึ่งเป็นข้อสำคัญในเช็คตาม ป.พ.พ. มาตรา 1007 แต่เป็นเพียงการแก้วันที่ในเช็คเพียงอย่างเดียว เช็คยังคงเป็นเช็คฉบับเดิม เมื่อเช็คพิพาทถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินมาครั้งหนึ่งแล้ว ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ย่อมเกิดขึ้นนับแต่วันนั้นแล้ว การที่เสียหายนำเช็คพิพาทไปเรียกเก็บเงินอีกและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเป็นครั้งที่สอง จึงไม่ได้เกิดความผิดขึ้นใหม่อีก เพราะเป็นการกระทำอันเดียวกันนั้นเอง จะเป็นความผิดสองครั้งหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1007 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ม.4

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1007 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2544 เวลากลางวัน จำเลยสั่งจ่ายเช็คธนาคารออมสิน สาขาสวี ลงวันที่ 15 กันยายน 2544 จำนวนเงิน 400,000 บาท มอบให้นายปราโมทย์ ผู้เสียหายเพื่อ ชำระหนี้ค่าเช่าซื้อรถซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ต่อมาเมื่อถึงกำหนดเรียกเก็บเงินตามเช็ค ผู้เสียหายนำเช็คดังกล่าวไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฎิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2544 การกระทำของจำเลยเป็นการออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการ ใช้เงินตามเช็ค หรือในขณะที่ออกเช็คไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ หรือให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะออกเช็ค เหตุเกิดที่ตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 จำเลยให้การปฎิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 (1) (3) จำคุก 3 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบรับกันฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน2541 นายธรรมนูญ จันทร์มณีหรือแจ้งมณี สามีจำเลยได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถแบ็คโฮและรถแทรกเตอร์ รวม 3 คัน ไปจากผู้เสียหายตามสำเนาสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย ล.2 โดยจำเลยออกเช็คฉบับพิพาทตามเอกสารหมาย จ.1 ลงวันที่ 25 กันยายน 2541 สั่งจ่ายเงินจำนวน 400,000 บาท กับเช็คอีก 2 ฉบับ ลงวันที่ต่างกันให้แก่ผู้เสียหายเพื่อชำระค่าเช่าซื้อดังกล่าว ต่อมานายธรรมนูญผิดสัญญาเช่าซื้อ จำเลยจึงเข้าทำสัญญาเช่าซื้อกับผู้เสียหายเพื่อใช้ประโยชน์รถทั้งสามคันตามสัญญาเช่าซื้อเดิมต่อไปโดยตกลงค่าเช่าซื้อจำนวน 850,000 บาท แบ่งชำระค่าเช่าซื้อเป็น 2 งวด ตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.4 ในการชำระค่าเช่าซื้องวดแรกได้นำเช็คพิพาทซึ่งธนาคารการปฏิเสธการจ่ายเงินมาแล้วมาแก้ไขวันที่เป็นวันที่ 15 กันยายน 2544 โดยจำเลยลงนามกำกับการแก้ไขมอบให้ผู้เสียหาย ต่อมาเมื่อถึงกำหนดใช้เงินตามวันที่แก้ไข ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเนื่องจากเงินในบัญชีไม่พอจ่ายตามใบคืนเช็คเอกสารหมาย จ.2 ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยนำเช็คที่ถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้วมาแก้ไขวันที่และลงชื่อกำกับวันที่แก้ไขไว้ แม้จะเจตนาให้มีผลผูกพันเพื่อชำระหนี้ค่าเช่าซื้อที่จำเลยทำสัญญากับผู้เสียหาย และเป็นการแก้ไขวันสั่งจ่ายซึ่งเป็นข้อสำคัญในเช็คตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1007 ก็ตาม แต่การลงวันที่ใหม่และลงนามกำกับการแก้ไขโดยจำนวนเงินและลายมือชื่ออันเป็นรายการที่มีอยู่ในเช็คเดิม จึงเป็นเพียงการแก้วันที่ในเช็คเพียงอย่างเดียว เช็คพิพาทยังคงเป็นเช็คฉบับเดิมไม่เป็นการออกเช็คฉบับใหม่แต่อย่างใด เมื่อเช็คพิพาทถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินมาครั้งหนึ่งแล้ว ความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ย่อมเกิดขึ้นนับแต่วันนั้นแล้ว การที่ผู้เสียหายนำเช็คพิพาทไปเรียกเก็บเงินอีกและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเป็นครั้งที่สอง จึงหาได้เกิดความผิดขึ้นใหม่อีกไม่ เพราะเป็นการกระทำอันเดียวกันนั้นเอง การกระทำอันเดียวกันจะเป็นความผิดสองครั้งหาได้ไม่ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา แต่ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185, 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 225 ที่โจทก์ฎีกาว่า คดีไม่ขาดอายุความจึงไม่จำต้องวินิฉัยเนื่องจากไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13/2553 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวน โจทก์ นางปรียา บุญเกิด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวน · จำเลย - นางปรียา บุญเกิด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สิงห์พล ละอองมณี · ธานิศ เกศวพิทักษ์ · บุญส่ง โพธิ์พุทธชัย
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6247/2545ฎีกา 332/2536ฎีกา 1870/2549ฎีกา 5246/2548ฎีกา 492/2539ฎีกา 1610/2539ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 6229/2539ฎีกา 7570/2541ฎีกา 21848/2555ฎีกา 6205/2541ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 199/2537ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 917/2564ฎีกา 6355/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา