⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 477/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 477/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่กรรมการบริษัทจำเลยล้มป่วยลง ไม่ใช่เหตุจำเป็นที่จะสมควรขยายเวลาอุทธรณ์ได้ หากยังมีกรรมการคนอื่นที่สามารถลงนามและดำเนินการแทนบริษัทได้

ย่อคำพิพากษา

ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายเวลาอุทธรณ์โดยอ้างว่ายังไม่ได้รับอนุมัติเบิกจ่ายค่าฤชาธรรมเนียมในการอุทธรณ์จากจำเลย เนื่องจากกรรมการบริษัทจำเลยล้มป่วยลงหลังจากเดินทางกลับจากต่างประเทศไม่สามารถเดินทางไปทำงานที่บริษัทจำเลยได้ ข้ออ้างดังกล่าวมิใช่เหตุจำเป็นที่จะสมควรขยายเวลาให้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 19 เพราะกรรมการบริษัทจำเลยมี 2 คน ซึ่งกรรมการหนึ่งคนสามารถลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญบริษัทจำเลย และมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทจำเลยได้ ซึ่งตามคำร้องของจำเลยไม่ปรากฏว่ากรรมการบริษัทจำเลยป่วยทั้ง 2 คน การที่กรรมการบริษัทจำเลยที่เหลืออยู่ไม่นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมไปมอบให้แก่ทนายจำเลย จึงเป็นกรณีที่จำเลยไม่ขวนขวายนำเงินค่าฤชาธรรมเนียม ในการอุทธรณ์ไปวางศาลภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.19

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ค่าภาษีอากรแก่โจทก์ทั้งสองจำนวน 256,235 บาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ค่าภาษีอากรแก่โจทก์ทั้งสองจำนวน 256,235 บาท กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก 15 วัน นับแต่วันที่ครบกำหนดเป็นต้นไป ศาลภาษีอากรกลางอนุญาตให้จำเลยยื่นอุทธรณ์ได้ภายในวันที่ 22 กรกฎาคม 2542 ต่อมาทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายเวลาอุทธรณ์ครั้งที่สองออกไปอีก 10 วัน นับจากวันที่ครบกำหนดเป็นต้นไป ศาลภาษีอากรกลางพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ทนายจำเลยอ้างว่ายังไม่ได้รับอนุมัติเบิกจ่ายค่าฤชาธรรมเนียมในการอุทธรณ์ ถือไม่ได้ว่าเป็นพฤติการณ์พิเศษจึงไม่อนุญาต ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า มีเหตุจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ที่ศาลสมควรจะอนุญาตให้จำเลยขยายเวลาอุทธรณ์ครั้งที่สองออกไปอีก 10 วัน นับจากวันครบกำหนดขอขยายเวลาอุทธรณ์ครั้งแรกหรือไม่ เห็นว่า ข้ออ้างตามคำร้องของทนายจำเลยที่ว่า ยังไม่ได้รับอนุมัติเบิกจ่ายค่าฤชาธรรมเนียมในการอุทธรณ์ เนื่องจากกรรมการบริษัทจำเลยล้มป่วยลงหลังจากเดินทางกลับจากต่างประเทศและไม่สามารถเดินทางไปทำงานที่บริษัทจำเลยได้นั้น มิใช่เหตุจำเป็นที่จะสมควรขยายเวลาให้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2538 มาตรา 19 เพราะกรรมการของบริษัทจำเลยมี 2 คน กรรมการหนึ่งคนลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญบริษัทจำเลย มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทจำเลยได้ ซึ่งตามคำร้องของทนายจำเลยไม่ปรากฏว่ากรรมการบริษัทจำเลยป่วยทั้งสองคน การที่กรรมการบริษัทจำเลยที่เหลืออยู่ไม่นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมไปมอบให้แก่ทนายจำเลย จึงเป็นกรณีที่จำเลยไม่ขวยขวายนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมในการอุทธรณ์ไปวางศาลภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังปรากฏว่า ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายเวลาอุทธรณ์แก่จำเลยหลังครบกำหนดเวลาอุทธรณ์อีก 15 วัน ซึ่งหากจำเลยเจตนาจะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา จำเลยก็มีเวลาถึง 45 วัน ที่จะยื่นได้ หากจำเลยยังไม่มีเงินค่าฤชาธรรมเนียม จำเลยก็สามารถยื่นอุทธรณ์ก่อนแล้วขอผัดผ่อนการวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมต่อศาล แต่จำเลยหาได้กระทำเช่นนั้นไม่ ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 477/2543 กรมศุลกากร กับพวก โจทก์ บริษัทโกลเด้นซินเซีย แอสโซซิเอต จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมศุลกากร กับพวก · จำเลย - บริษัทโกลเด้นซินเซีย แอสโซซิเอต จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ · สันติ ทักราล · พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นางสาวณัชชา ตะรุโณทัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3563/2542ฎีกา 3463/2536ฎีกา 2540/2534ฎีกา 4580/2546ฎีกา 1075/2547ฎีกา 3419-3420/2553ฎีกา 954/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา