⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1075/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1075/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องขอรับเงินค่าขึ้นศาลคืน ถือเป็นการแสดงเจตนาว่าไม่ประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งของศาล และหากประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ต้องยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยต้องนำค่าขึ้นศาลที่รับคืนกลับมาชำระให้ครบถ้วน.

ย่อคำพิพากษา

ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องและสั่งคืนค่าขึ้นศาลแก่โจทก์ โดยแจ้งคำสั่งไม่รับคำฟ้องให้แก่โจทก์โดยวิธีปิดหมายในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2544 โจทก์ยื่นคำแถลงต่อศาลภาษีอากรกลางในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2544 โดยบรรยายความว่า ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องโจทก์และสั่งคืนค่าขึ้นศาลแก่โจทก์ โจทก์จึงขอรับเงินค่าขึ้นศาลคืน เป็นที่แจ้งชัดว่าโจทก์ได้ทราบคำสั่งศาลภาษีอากรกลางที่ไม่รับคำฟ้องตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2544 แล้ว ประกอบกับโจทก์ได้รับเงินค่าขึ้นศาลคืนจากศาลในวันเดียวกันนั้น แสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ดังนั้น หากโจทก์ประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว โจทก์ต้องยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2544 คือภายในวันที่ 19 ธันวาคม 2544 โดยต้องนำค่าขึ้นศาลที่รับคืนไปแล้วกลับมาชำระให้ครบถ้วนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากร ฯ มาตรา 29 ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากร ฯ มาตรา 19 ศาลภาษีอากรกลางมีอำนาจขยายระยะเวลาได้ตามความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม เมื่อกรณีไม่มีความจำเป็นจะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์แก่โจทก์ ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ จึงไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ในอันที่จะยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาตามคำสั่งนั้น แม้โจทก์จะยื่นอุทธรณ์มาภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.19 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.24 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.29 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.33

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ โดยยื่นคำฟ้องต่อศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดมีคำสั่งให้ส่งคำฟ้องโจทก์ไปยังศาลภาษีอากรกลางเพื่อมีคำสั่ง ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งว่าโจทก์ฟ้องกรมสรรพากรรายเดียว โจทก์ต้องยื่นคำฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลางเท่านั้น โจทก์ยื่นคำฟ้องต่อศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ไม่ต้องด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๓๓ จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง คืนค่าขึ้นศาลให้แก่โจทก์ทั้งหมด จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ แจ้งศาลจังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อให้โจทก์ทราบ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๑๙ กำหนดให้โจทก์ต้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำฟ้องโจทก์ของศาลภาษีอากรกลางภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำสั่งนั้นหรือวันที่โจทก์ได้ทราบคำสั่งนั้น แต่ศาลภาษีอากรกลางมีอำนาจขยายระยะเวลาดังกล่าวได้ตามความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่าโจทก์ยื่นคำแถลงต่อศาลภาษีอากรกลางในวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ โดยบรรยายความว่า ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องโจทก์และสั่งคืนค่าขึ้นศาลแก่โจทก์ โจทก์จึงขอรับเงินค่าขึ้นศาลคืน เป็นที่แจ้งชัดว่าโจทก์ได้ทราบคำสั่งศาลภาษีอากรกลางที่ไม่รับคำฟ้องโจทก์ตั้งแต่วันดังกล่าวแล้ว ประกอบกับโจทก์ได้รับเงินค่าขึ้นศาลคืนจากศาลภาษีอากรกลางในวันเดียวกันนั้น อันแสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ดังนั้น หากโจทก์ประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว โจทก์ต้องยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันดังกล่าว คือภายในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๔ โดยต้องนำค่าขึ้นศาลที่รับคืนไปแล้วกลับมาชำระให้ครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘ ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๒๙ ด้วย สำหรับอำนาจของศาลภาษีอากรกลางที่จะมีคำสั่งให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์แก่โจทก์ ตามมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ นั้น ต้องปรากฏว่ามีความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตามที่บัญญัติไว้ในบทมาตราดังกล่าว โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรกลางเมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๔๕ ล่วงพ้นกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์นาน ๑๔ วัน โดยอ้างเหตุว่า โจทก์เพิ่งทราบคำสั่งศาลภาษีอากรกลางที่ไม่รับคำฟ้องโจทก์ โดยศาลจังหวัดร้อยเอ็ดส่งหมายแจ้งคำสั่งไม่รับคำฟ้องโจทก์ของศาลภาษีอากรกลางให้แก่โจทก์ด้วยวิธีปิดหมาย เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ กรณีถือว่าครบกำหนดโจทก์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งในวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๔๕ ขัดกับข้อเท็จจริงตามที่โจทก์บรรยายไว้ในคำแถลงของโจทก์ฉบับลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ ดังได้วินิจฉัยแล้วข้างต้น จึงรับฟังไม่ได้? กรณีไม่มีความจำเป็นจะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์แก่โจทก์ ตามมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา และไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ในอันที่จะยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาตามคำสั่งนั้น โจทก์ยื่นอุทธรณ์วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ เกินกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ อันเป็นวันที่โจทก์ทราบคำสั่งไม่รับคำฟ้องโจทก์ของศาลภาษีอากรกลาง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่โจทก์ ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1075/2547 ห้างหุ้นส่วนจำกัดอิดล้งโพนทอง โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดอิดล้งโพนทอง · จำเลย - กรมสรรพากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล · วิชัย ชื่นชมพูนุท · โนรี จันทร์ทร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นางสุพัตรา อนันตพงศ์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5036/2545ฎีกา 3801/2555ฎีกา 1843/2536ฎีกา 10135/2539ฎีกา 8273/2551ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 5882/2541ฎีกา 4820/2548ฎีกา 225/2530ฎีกา 5640/2540ฎีกา 5988/2552ฎีกา 87/2534ฎีกา 2266/2515ฎีกา 2884/2541ฎีกา 959/2544ฎีกา 8988/2550ฎีกา 4041/2542ฎีกา 2051/2536ฎีกา 5015/2541ฎีกา 1609/2506ฎีกา 3303/2532ฎีกา 4463/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา