คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5036/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานประเมินมีคำสั่งประเมินภาษีโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ยังไม่ปรากฏชัดเจนว่าผู้เสียภาษีไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือไม่ หรือผู้เสียภาษีไม่ได้นำสืบพยานหลักฐานอันควรแก่เรื่องอะไรบ้าง เป็นการวินิจฉัยข้อกฎหมายที่ไม่ชอบด้วยเหตุผล.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงานตรวจสอบในการตรวจสอบภาษี โดยไม่ยอมตอบข้อซักถามใด ๆ อันเป็นประโยชน์แก่การตรวจสอบโดยไม่มีเหตุอันสมควร และไม่ส่งมอบเอกสารหลักฐานตามที่ระบุในหมายเรียก แต่ข้อเท็จจริงที่ศาลภาษีอากรกลางรับฟังมานั้นยังไม่ปรากฏว่าโจทก์ไม่ยอมตอบข้อซักถามของเจ้าพนักงานประเมินโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือไม่ และโจทก์ไม่ได้นำสืบพยานหลักฐานอันควรแก่เรื่องอะไรบ้าง ข้อเท็จจริงจึงยังไม่พอที่จะวินิจฉัยข้อกฎหมายตามประมวลรัษฎากร มาตรา 23 และ 25 ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งให้งดสืบพยานของคู่ความเป็นการไม่ชอบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๓๘
จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงานตรวจสอบในการตรวจสอบภาษี โดยไม่ยอมตอบข้อซักถามใด ๆ อันเป็นประโยชน์แก่การตรวจสอบโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ส่งมอบเอกสารหลักฐานตามที่ระบุในหมายเรียก เจ้าพนักงานประเมินจึงประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามที่รู้เห็นว่าถูกต้องแก่โจทก์โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๕ , ๒๖ และ ๒๗ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมิน การประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของเจ้าพนักงานประเมินจึงเป็นอันเด็ดขาด ขอให้ยกฟ้อง
ศาลภาษีอากรกลาง พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๓๘ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งให้งดสืบพยานคู่ความและพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์นั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงานตรวจสอบในการตรวจสอบภาษี โดยไม่ยอมตอบข้อซักถามใด ๆ อันเป็นประโยชน์แก่การตรวจสอบโดยไม่มีเหตุอันสมควร และไม่ส่งมอบเอกสารหลักฐานตามที่ระบุในหมายเรียก แต่ข้อเท็จจริงที่ศาลภาษีอากรกลางรับฟังมานั้นยังไม่ปรากฏว่าโจทก์ไม่ยอมตอบข้อซักถามของเจ้าพนักงานประเมินโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือไม่ และโจทก์ไม่ได้นำสืบพยานหลักฐานอันควรแก่เรื่องอะไรบ้าง ข้อเท็จจริงจึงยังไม่พอที่จะวินิจฉัยข้อกฎหมายตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๒๓ และ ๒๕ เห็นควรให้ศาลภาษีอากรกลางสืบพยานและฟังข้อเท็จจริงในส่วนนี้จนสิ้นกระแสความแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งให้งดสืบพยานคู่ความและพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์นั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น
พิพากษายกคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ให้ศาลภาษีอากรกลางสืบพยานคู่ความจนสิ้นกระแสความแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้รวมสั่งเมื่อมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5036/2545
นายประยุทธ มหากิจศิริ โจทก์
กรมสรรพากร กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายประยุทธ มหากิจศิริ · จำเลย - กรมสรรพากร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · สมศักดิ์ วงศ์ยืน · ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลภาษีอากรกลาง - นายบัญชา สหเกียรติมนตรี · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา