⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3801/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3801/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ข้อความในสัญญาเช่าที่ระบุเพียงคำมั่นว่าจะปรับเปลี่ยนค่าเช่าหรือระยะเวลาเช่าในอัตราที่เป็นธรรม โดยไม่มีรายละเอียดที่แน่นอนเกี่ยวกับค่าเช่าหรือระยะเวลาเช่าที่ชัดเจน ไม่ถือเป็นคำมั่นจะให้เช่าที่สมบูรณ์ 2. ศาลมีอำนาจยกฟ้องคดีในชั้นตรวจคำฟ้องได้ หากคำฟ้องนั้นไม่ปรากฏว่ามีการโต้แย้งสิทธิ หรือโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่ามีคำมั่นว่าก่อนครบสัญญาเช่า โจทก์และจำเลยจะปรับเปลี่ยนค่าเช่าหรือระยะเวลาเช่าในอัตราที่เป็นธรรม ดังที่ปฏิบัติมาเป็นปกติประเพณี ข้อความดังกล่าวไม่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับค่าเช่าหรือระยะเวลาเช่าที่แน่นอนอันเป็นสาระสำคัญของสัญญาเช่า จึงยังไม่เข้าลักษณะคำมั่นจะให้เช่า ซึ่งเมื่อจำเลยเพิกเฉยไม่สนองรับคำเสนอที่โจทก์แจ้งไป ถือว่าคำเสนอของโจทก์ตกไป สัญญาเช่าจึงไม่เกิดขึ้น กรณีถือได้ว่าจำเลยไม่ได้กระทำการอันเป็นการโต้แย้งสิทธิหน้าที่ของโจทก์ ที่โจทก์จะบังคับให้จำเลยทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับโจทก์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย ในชั้นตรวจคำฟ้อง ศาลต้องปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคท้าย ที่บัญญัติว่า "ให้ศาลตรวจคำฟ้องนั้นแล้วสั่งรับไว้ หรือให้ยกเสีย หรือให้คืนไป ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 18" คำว่าให้ยกเสีย ตามบทบัญญัติดังกล่าว จึงเป็นการยกฟ้องของโจทก์ ศาลจึงมีอำนาจยกฟ้องในชั้นตรวจคำฟ้องได้โดยไม่จำต้องสั่งรับฟ้องไว้ก่อน เมื่อโจทก์ฟ้องคดีโดยไม่ปรากฏว่ามีการโต้แย้งสิทธิเนื่องจากโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชอบที่จะยกฟ้องโจทก์เสีย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยต่ออายุสัญญาเช่าหรือทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับโจทก์เป็นระยะเวลา 7 ปี อัตราค่าเช่าที่เป็นธรรมตามข้อตกลงเดือนละ 49,300 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2548 จนกว่าจะครบกำหนดตามสัญญาเช่าฉบับใหม่ หากจำเลยต่อสัญญาเช่าไม่ได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ขอให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายอันศาลชั้นต้นต้องรับไว้พิจารณาหรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าอาคารพาณิชย์จากจำเลย ต่อมาเมื่อจำเลยแจ้งข้อกำหนดในสัญญาเกี่ยวกับเงื่อนไขการปรับเปลี่ยนค่าเช่าใหม่ให้แก่ผู้เช่า โจทก์จำยอมมีหนังสือถึงจำเลยเพื่อขยายอายุสัญญาเช่าใหม่ โดยมอบอำนาจให้ทนายความมีหนังสือแสดงเจตจำนงในการต่อสัญญาขยายระยะเวลาเช่ากับจำเลย โดยกำหนดระยะเวลาการเช่าอีก 5 ปีนับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2548 เป็นต้นไปในอัตราค่าเช่าใหม่ที่เป็นธรรม โดยปรับค่าเช่าเพิ่มขึ้นอีก ร้อยละ 40 ของค่าเช่าเดิม รวมเป็นค่าเช่าเดือนละ 49,300 บาท โดยขอให้จำเลยต่อสัญญาเช่าฉบับใหม่ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จำเลยได้รับหนังสือบอกกล่าว จำเลยได้รับหนังสือบอกกล่าวแล้ว แต่เพิกเฉย เห็นว่า โจทก์อ้างว่าสัญญาเช่ามีคำมั่นว่าก่อนครบสัญญาเช่า โจทก์และจำเลยจะปรับเปลี่ยนค่าเช่าหรือระยะเวลาเช่าในอัตราที่เป็นธรรมดังที่ปฏิบัติมาเป็นปกติประเพณี ข้อความดังกล่าวไม่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับค่าเช่าหรือระยะเวลาเช่าที่แน่นอน อันเป็นสาระสำคัญของสัญญาเช่า จึงยังไม่เข้าลักษณะคำมั่นจะให้เช่า ซึ่งเมื่อจำเลยเพิกเฉยไม่สนองรับคำเสนอที่โจทก์แจ้งไป ถือว่าคำเสนอของโจทก์ตกไป สัญญาเช่าจึงไม่เกิดขึ้น กรณีถือได้ว่าจำเลยไม่ได้กระทำการอันเป็นการโต้แย้งสิทธิหน้าที่ของโจทก์ที่โจทก์จะบังคับให้จำเลยทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 55 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย ในชั้นตรวจคำฟ้อง ศาลชั้นต้นต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคท้าย ที่บัญญัติว่า "ให้ศาลตรวจคำฟ้องนั้นแล้วสั่งรับไว้ หรือให้ยกเสีย หรือให้คืนไป ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 18 " คำว่า ให้ยกเสีย ตามบทบัญญัติดังกล่าว จึงเป็นการยกฟ้องของโจทก์ ศาลจึงมีอำนาจยกฟ้องในชั้นตรวจคำฟ้องได้โดยไม่จำต้องสั่งรับฟ้องไว้ก่อน เมื่อโจทก์ฟ้องคดีโดยไม่ปรากฏว่ามีการโต้แย้งสิทธิเนื่องจากโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชอบที่จะยกฟ้องโจทก์เสีย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3801/2555 บริษัทรังสรรค์ แอนด์ พรรษิษฐ์ สถาปัตย์ จำกัด โจทก์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทรังสรรค์ แอนด์ พรรษิษฐ์ สถาปัตย์ จำกัด · จำเลย - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ · อนันต์ ชุมวิสูตร · สมชาติ ธัญญาวินิชกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสุทัศน์ สงวนปรางค์ · ศาลอุทธรณ์ - นางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.63/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 6105/2531ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา