คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5522/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
วันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืนฯ ตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ หมายถึงวันเริ่มใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาเท่านั้น เพื่อให้การกำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์เป็นไปโดยแน่นอน
ย่อคำพิพากษา
ตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนฯ นั้น บัญญัติให้พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวนี้ใช้บังคับได้มีกำหนด 4 ปี หากแปลวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาเป็นวันใดวันหนึ่งตลอดเวลาที่พระราชกฤษฎีกานั้นมีผลใช้บังคับอยู่ก็จะทำให้วันอันเป็นฐานที่ตั้งแห่งการกำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลให้ราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่จะเป็นฐานที่ตั้งแห่งการกำหนดเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนนั้นไม่อาจถือเอาเป็นที่แน่นอนได้ ดังนั้น ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 21 (1) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 จึงหมายถึงวันเริ่มใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาเท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ม.21
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 33,990,066 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อปี ในต้นเงิน 28,724,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,748,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน แต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 10 ต่อปี นับแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2534 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้ 30,000 บาท
โจทก์และจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์และจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 สายกรุงเทพฯ - ตราด ตอนอำเภอเมืองสมุทรปราการ - บ้านตำหรุ พ.ศ. 2532 บัญญัติให้พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับได้มีกำหนดสี่ปี หากแปลวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาเป็นวันใดวันหนึ่งตลอดเวลาที่พระราชกฤษฎีกานั้นมีผลใช้บังคับอยู่ก็จะทำให้วันอันเป็นฐานที่ตั้งแห่งการกำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์แตกต่างกัน โดยเฉพาะระหว่างวันแรกและวันสุดท้ายของการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาห่างกันถึงสี่ปี ราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่จะเป็นฐานที่ตั้งแห่งการกำหนดเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนย่อมสูงขึ้นหรือต่ำลงตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศตามวันเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป จึงไม่อาจถือเอาเป็นที่แน่นอนได้ ซึ่งมิใช่วัตถุประสงค์ของผู้บัญญัติกฎหมายที่มุ่งหมายจะให้เป็นเช่นนั้น ดังนั้น ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 21 (1) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 จึงหมายถึงวันเริ่มใช้บังคับพระราชกฤษฎีกา ดังนั้นจึงต้องคำนึงราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของที่ดินของโจทก์ในวันที่ 5 ตุลาคม 2532 อันเป็นวันใช้บังคับ พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3? พ.ศ. 2532 มาประกอบการพิจารณากำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนด้วย
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 2,024,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามอัตราและวันเวลาที่ศาลอุทธรณ์กำหนดแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นฎีกา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5522/2543
นางสุพัตรา วังทองสุขศิริ กับพวก โจทก์
กรมทางหลวง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสุพัตรา วังทองสุขศิริ กับพวก · จำเลย - กรมทางหลวง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · กนก พรรณรักษา · วิชัย ชื่นชมพูนุท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายจักรกฤช เจริญเลิศ · ศาลอุทธรณ์ - นายรุ่ง เรืองโรจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา