⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 672/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 672/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์นำมูลหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมมาฟ้องขอให้จำเลยล้มละลายอีก โดยอ้างถึงทรัพย์สินที่ศาลเคยวินิจฉัยแล้วว่ามีอยู่แต่ไม่เพียงพอชำระหนี้ ถือเป็นฟ้องซ้ำ ต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คดีก่อนโจทก์นำมูลหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 144/2532 มาฟ้องขอให้จำเลย ล้มละลาย และศาลฎีกาได้หยิบยกเอาที่ดินที่จำเลยมีกรรมสิทธิ์รวมกับบุคคลอื่นขึ้นวินิจฉัยว่า จำเลยมีทรัพย์สินที่โจทก์อาจยึดมาชำระหนี้ได้ กรณีไม่ต้องด้วยเหตุที่กฎหมายสันนิษฐานว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัวจึงยกฟ้อง ต่อมาโจทก์นำเอา มูลหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 144/2532 มาฟ้องขอให้จำเลยล้มละลายอีก โดยอ้างว่านำยึดที่ดินดังกล่าวแล้วแต่ติดจำนองและไม่มีผู้เข้าประมูล อีกทั้งหากขายได้ก็จะได้เงินส่วนของจำเลยไม่พอชำระหนี้ ดังนี้ หนี้สินและทรัพย์สินที่โจทก์กล่าวในฟ้องล้วนแต่เป็นหนี้สินและทรัพย์สินที่ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้แล้วในคดีก่อน จึงเป็นการที่โจทก์รื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่วินิจฉัยไว้แล้วในคดีก่อน เป็นฟ้องซ้ำ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 ประกอบ พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.153

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาด และพิพากษาให้จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษากลับ ให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๔ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ในคดีล้มละลายศาลจะต้องพิจารณาให้ได้ความจริงว่าจำเลยเป็นผู้มี หนี้สินล้นพ้นตัว คือ มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน ประเด็นพิพาทจึงมีว่า จำเลยมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สินหรือไม่ เมื่อคดีก่อน โจทก์นำมูลหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๔๔/๒๕๓๒ มาฟ้องขอให้จำเลยทั้งสอง ล้มละลาย และศาลฎีกาได้หยิบยกเอาที่ดินที่จำเลยที่ ๑ มีกรรมสิทธิ์รวมกับบุคคลอื่นขึ้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ มีทรัพย์สินที่โจทก์อาจยึดมาชำระหนี้ได้ กรณีไม่ต้องด้วยเหตุที่กฎหมายสันนิษฐานว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัว ต่อมาโจทก์กลับนำเอามูลหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๔๔/๒๕๓๒ มาฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลายอีก โดยอ้างว่า นำยึดที่ดินดังกล่าวแล้วแต่ที่ดินติดจำนองและไม่มีผู้เข้าประมูล อีกทั้งหากขายได้ก็ได้เงินส่วนของจำเลยที่ ๑ ไม่พอชำระหนี้ ดังนี้ หนี้สินและทรัพย์สินที่โจทก์กล่าวในคำฟ้องล้วนแต่เป็นหนี้สินและทรัพย์สินที่ศาลฎีกา ได้เคยวินิจฉัยไว้แล้วในคำพิพากษาคดีก่อน จึงเป็นการที่โจทก์รื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน เป็นฟ้องซ้ำ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๘ ประกอบ พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๕๓ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 672/2543 ห้างหุ้นส่วนจำกัดบุญไทยวัสดุก่อสร้าง โจทก์ จ่าสิบตำรวจวุฒินันท์ จันทร์หอม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดบุญไทยวัสดุก่อสร้าง · จำเลย - จ่าสิบตำรวจวุฒินันท์ จันทร์หอม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ยอดเณร · จำลอง สุขศิริ · สมชาย พงษธา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นางอุไรลักษณ์ ลีธรรมชโย · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายชวลิต สุจริตกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 2076/2542ฎีกา 6968/2537ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 945/2504ฎีกา 1030/2509ฎีกา 5272/2544ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 1228/2539ฎีกา 57/2530ฎีกา 3702/2534ฎีกา 4432/2534ฎีกา 4470/2543ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534ฎีกา 82/2512ฎีกา 226/2532ฎีกา 7631/2552ฎีกา 1063/2533ฎีกา 746/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา