⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6991/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6991/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากเหตุแห่งการเลิกจ้างที่นายจ้างอ้างในภายหลังไม่ปรากฏในหนังสือเลิกจ้างที่แจ้งแก่ลูกจ้าง ถือว่านายจ้างไม่ได้ติดใจที่จะเลิกจ้างลูกจ้างด้วยเหตุนั้น

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะให้การต่อสู้คดีอ้างเหตุเลิกจ้างโจทก์ไว้หลายประการก็ตามหากเหตุเลิกจ้างประการใดไม่ปรากฏในหนังสือเลิกจ้าง ย่อมแสดงว่าในขณะที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์นั้นจำเลยคงติดใจเลิกจ้างโจทก์เฉพาะสาเหตุที่ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างเท่านั้น ไม่ได้ติดใจที่จะนำสาเหตุอื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้มาเป็นเหตุที่จะเลิกจ้างโจทก์อีก ที่ศาลชั้นต้นไม่วินิจฉัยเหตุเลิกจ้างอื่นตามที่จำเลยให้การไว้ จึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.17

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดและจำเลยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าจ้าง ค่าทำงานในวันหยุดค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยโดยรับทำงานที่เหมือนกับงานของโรงพยาบาลจำเลยที่โรงพยาบาลอื่นจำเลยได้ว่ากล่าวตักเตือนโจทก์ให้เลิกประพฤติผิดระเบียบข้อบังคับมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่โจทก์ได้ประพฤติผิดระเบียบข้อบังคับซ้ำอีก จำเลยจึงมีหนังสือตักเตือนห้ามมิให้โจทก์กระทำการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับโจทก์รับทราบหนังสือตักเตือนแล้ว โจทก์กลับกระทำผิดซ้ำคำเตือนอีกนอกจากนี้โจทก์ละทิ้งความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน ทอดทิ้งผู้ป่วยละทิ้งการให้การรักษาอันเป็นความผิดต่อจรรยามารยาทของการเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะกระทบกระเทือนต่อชื่อเสียงและกิจการของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงทำให้โรงพยาบาลของจำเลยได้รับความเสียหาย จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน75,000 บาท ค่าจ้างค้างจ่ายเป็นเงิน 4,998 บาท ค่าทำงานในวันหยุดเป็นเงิน 833 บาท และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นเงิน4,998 บาทแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่ศาลแรงงานกลางหยิบยกข้อความซึ่งจำเลยระบุเป็นเหตุเลิกจ้างโจทก์ไว้ในหนังสือดังกล่าวขึ้นมาวินิจฉัยจึงเป็นการหยิบยกข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนโดยชอบด้วยกฎหมายขึ้นมาวินิจฉัย มิใช่เป็นข้อเท็จจริงนอกสำนวนตามที่จำเลยอุทธรณ์แต่อย่างใดและแม้ว่าจำเลยจะให้การต่อสู้คดีอ้างเหตุเลิกจ้างโจทก์ไว้ในคำให้การหลายประการก็ตาม หากเหตุเลิกจ้างที่จำเลยให้การต่อสู้คดีไว้ประการใดไม่ปรากฏในหนังสือเลิกจ้างเอกสารหมาย ล.3 ย่อมแสดงว่าในขณะที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์นั้น จำเลยคงติดใจเลิกจ้างโจทก์เฉพาะสาเหตุที่ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างเอกสารหมาย ล.3 เท่านั้น ไม่ได้ติดใจที่จะนำสาเหตุอื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในเอกสารหมาย ล.3 มาเป็นเหตุที่จะเลิกจ้างโจทก์อีก คำพิพากษาของศาลแรงงานกลางที่วินิจฉัยว่า จำเลยไม่ติดใจนำเหตุเลิกจ้างอื่น ๆที่ไม่ปรากฏในเอกสารหมาย ล.3 มาเป็นเหตุเลิกจ้างโจทก์ จึงไม่จำต้องวินิจฉัยเหตุเลิกจ้างอื่นตามที่จำเลยให้การไว้ ชอบด้วยกฎหมายแล้ว หนังสือเลิกจ้างไม่ได้ระบุว่าโจทก์ได้ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยเกี่ยวกับการที่โจทก์ไปทำงานกับโรงพยาบาลอื่น ซึ่งจำเลยได้ตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือแล้วและจำเลยได้มากระทำผิดซ้ำคำเตือนอีก จำเลยจึงขอเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุโจทก์กระทำผิดซ้ำคำเตือนแต่อย่างใด ที่จำเลยอ้างว่าหนังสือเลิกจ้างได้ระบุเหตุดังกล่าวไว้แล้วจึงไม่อาจรับฟังได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6991/2543 นางสาว เทเรซา สิทธิผล โจทก์ บริษัท การแพทย์ตะวันออก จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว เทเรซา สิทธิผล · จำเลย - บริษัท การแพทย์ตะวันออก จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปัญญา สุทธิบดี · สละ เทศรำพรรณ · พูนศักดิ์ จงกลนี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8077-8078/2549ฎีกา 1961/2543ฎีกา 5790-5822/2543ฎีกา 11912/2553ฎีกา 8631/2550ฎีกา 14260/2558ฎีกา 1254/2546ฎีกา 6075/2549ฎีกา 902/2545ฎีกา 976/2556ฎีกา 8417/2551ฎีกา 5676/2544ฎีกา 1641-1642/2548ฎีกา 902/2544ฎีกา 364/2548ฎีกา 1196-1218/2546ฎีกา 8768/2548ฎีกา 6861-6898/2554ฎีกา 3933/2546ฎีกา 4155-4157/2560ฎีกา 3753-3756/2547ฎีกา 4440/2547ฎีกา 6881/2549ฎีกา 5321/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ