⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3753-3756/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3753-3756/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หากลูกจ้างจงใจขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง หรือละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร

ย่อคำพิพากษา

ก่อนที่จำเลยจะออกคำสั่งให้โจทก์ทั้งสี่ไปปฏิบัติงานที่สาขาโพนพิสัย จำเลยได้เสนอทางเลือกให้โจทก์ทั้งสี่ก่อนแล้วคือให้ไปทำงานกับบริษัทที่รับซื้อกิจการและรับโอนพนักงานของจำเลยที่กรุงเทพมหานครทั้งหมดโดยให้โจทก์ได้รับตำแหน่งเดิม รายได้เท่าเดิม และปฏิบัติงานอยู่สถานที่เดิม หรือย้ายไปประจำที่สาขาโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นกิจการเพียงแห่งเดียวของจำเลยที่เหลืออยู่ หรือลาออกจากบริษัทจำเลย แต่โจทก์ทั้งสี่ไม่เลือกทางใดทางหนึ่ง จำเลยจึงมีความจำเป็นต้องสั่งให้โจทก์ทั้งสี่ไปทำงานที่สาขาอำเภอโพนพิสัยในตำแหน่งเดิม อัตราเงินเดือนเดิม คำสั่งของจำเลยดังกล่าวมิได้เป็นการเลือกปฏิบัติหรือแกล้งโจทก์ทั้งสี่ เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม เมื่อโจทก์ทั้งสี่ไม่ยอมไปทำงานตามคำสั่งดังกล่าวจึงเป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (5) และไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 และ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17 วรรคท้าย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.583 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.17 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.119

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 17,782 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 11,750 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 8,930 บาท โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 12,847 บาท และคืนเงินประกันความเสียหายแก่โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 7,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 133,500 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 60,000 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 57,000 บาท โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 49,200 บาท และจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 7,860 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 340,500 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 105,000 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 171,000 บาท และโจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 42,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสี่สำนวนให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่สำนวนจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 17,782 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 11,750 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 8,930 บาท โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 12,847 บาท และคืนเงินประกันความเสียหายแก่โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 7,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (8 เมษยน 2546) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 113,500 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 60,000 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 57,000 บาท โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 49,200 บาท และจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 7,860 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสี่สำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสี่สำนวนว่า คำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์ทั้งสี่ไปทำงานที่สาขาอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมหรือไม่ และจำเลยต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าและค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งสี่หรือไม่ เห็นว่า ก่อนที่จำเลยจะออกคำสั่งให้โจทก์ทั้งสี่ไปทำงานที่สาขาอำเภอโพนพิสัยนั้น จำเลยได้เสนอทางเลือกให้โจทก์ทั้งสี่เลือกก่อนแล้ว โดยทางเลือกตามหนังสือเสนอทางเลือก คือ หนึ่ง ไปทำงานกับบริษัทชาร์ค จำกัด ในตำแหน่งเดิม รายได้เท่าเดิมและปฏิบัติงานอยู่ที่สถานที่เดิม ทั้งจะได้อายุงานเพิ่มขึ้นอีก 1 ถึง 3 ปี นับแต่วันที่ได้เข้าทำงานกับบริษัทชาร์ค จำกัด ทั้งนี้แล้วแต่อายุงานที่ทำมากับจำเลย สอง ย้ายไปประจำที่สาขาของจำเลยที่อำเภอโพนพิสัยจังหวัดหนองคาย ในตำแหน่งเดิมและรายได้เท่าเดิม และสาม ลาออก แต่โจทก์ทั้งสี่ไม่เลือกเอาทางใดทางหนึ่ง ดังนี้จำเลยในฐานะเจ้าของกิจการจำแป็นต้องใช้อำนาจในการบริหารจัดการสั่งให้โจทก์ทั้งสี่ไปทำงานที่สาขาอำเภอโพนพิสัย ซึ่งเป็นกิจการเดียวที่จำเลยยังคงมีอยู่และเป็นงานที่อยู่ในระยะเริ่มดำเนินการ จำเป็นต้องมีพนักงานทำงานทั้งเป็นการทำงานในตำแหน่งเดิมและอัตราเงินเดือนเดิม เนื่องจากจำเลยไม่มีงานที่สำนักงานใหญ่ให้โจทก์ทั้งสี่ทำ แม้สาขาดังกล่าวจะอยู่ถึงจังหวัดหนองคายก็ตาม คำสั่งของจำเลยมิได้เป็นการเลือกปฏิบัติหรือกลั่นแกล้งโจทก์ทั้งสี่ เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม เมื่อโจทก์ทั้งสี่ไม่ยอมไปทำงานที่สาขาอำเภอโพนพิสัยตามคำสั่งดังกล่าว จึงเป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (5) และไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคท้าย คดีไม่จำต้องวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสี่จงใจให้จำเลยได้รับความเสียหาย และโจทก์ทั้งสี่ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือระเบียบหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และจำเลยได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้วหรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนไป ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ทั้งสี่นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ทั้งสี่เกี่ยวกับค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3753 - 3756/2547 นางสาวฉวีวรรณ ศรีสุพล กับพวก โจทก์ บริษัทสูตรสุคนธ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวฉวีวรรณ ศรีสุพล กับพวก · จำเลย - บริษัทสูตรสุคนธ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์ · อรพินท์ เศรษฐมานิต · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายศักดิ์ชัย รังษีวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5201-5202/2543ฎีกา 7238-7239/2544ฎีกา 2893/2540ฎีกา 7264/2543ฎีกา 2132/2531ฎีกา 8785/2550ฎีกา 2894/2532ฎีกา 7083/2548ฎีกา 3825/2545ฎีกา 2418/2544ฎีกา 8628/2550ฎีกา 9380/2544ฎีกา 14485/2558ฎีกา 3704/2529ฎีกา 2222/2560ฎีกา 3591/2529ฎีกา 7773-7776/2553ฎีกา 144/2535ฎีกา 8077-8078/2549ฎีกา 1961/2543ฎีกา 6783/2548ฎีกา 1027/2527ฎีกา 897/2547ฎีกา 3049/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา