⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2364/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2364/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างสามารถเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการลงโทษตามลำดับที่กำหนดไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หากลูกจ้างกระทำผิดซ้ำคำตักเตือนในกรณีที่ไม่ร้ายแรง

ย่อคำพิพากษา

แม้ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างจะกำหนดขั้นตอนการลงโทษเป็นข้อ ๆ ตามลำดับว่า 1. ตักเตือนด้วยวาจา 2. ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร 3. พักงานชั่วคราวโดยไม่ได้รับค่าจ้าง 4. ตัดค่าจ้าง 5. ปลดออก 6. ไล่ออก เว้นแต่กรณีความผิดร้ายแรง นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องลงโทษตามขั้นตอนก็ตาม แต่ก็ได้กำหนดไว้ด้วยว่า พนักงานซึ่งไม่ปฏิบัติตามระเบียบวินัยและข้อบังคับอาจถูกผู้บังคับบัญชาหรือฝ่ายบุคคลพิจารณาลงโทษได้ตามลักษณะความผิดเป็นกรณี ๆ ไป โดยไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามลำดับขั้นตอน ดังนั้น เมื่อพนักงานกระทำความผิดในกรณีไม่ร้ายแรง แต่เป็นการกระทำผิดซ้ำคำตักเตือน นายจ้างก็มีอำนาจปลดออกหรือไล่ออกได้ หาจำต้องลงโทษตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ไม่ ก่อนมีคำสั่งเลิกจ้าง จำเลยเคยมีหนังสือตักเตือนโจทก์เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2532 ระบุว่า โจทก์หยุดงานโดยไม่ลาและไม่มีเหตุอันควรในวันที่ 1, 4, 6 และ 8 กันยายน 2532 เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับในเรื่องการหยุดงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร คำตักเตือนของจำเลยจึงเป็นการตักเตือนโจทก์เกี่ยวกับการหยุดงานโดยไม่ลากิจล่วงหน้า หรือลาป่วยตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย การที่โจทก์ขาดงานในวันที่ 4, 9, 20, 23, 31 มกราคม 2533 และวันที่ 1, 3 กุมภาพันธ์ 2533 โดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ยื่นใบลากิจหรือลาป่วยเช่นเดียวกันอีก จึงเป็นการกระทำผิดซ้ำคำเตือน จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.583

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์อ้างเหตุว่าโจทก์ขาดงานมาก ซึ่งไม่เป็นความจริง ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน พร้อมทั้งจ่ายค่าจ้างให้โจทก์นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะรับกลับเข้าทำงาน หรือให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าว ล่วงหน้าและเงินสะสม พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การต่อสู้คดี โจทก์แถลงว่าได้รับเงินสะสมไปแล้ว ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์ว่าตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยเอกสารหมาย ล.๒ กำหนดการลงโทษพนักงานเป็นขั้นตอน คือ ๑. ตักเตือนด้วยวาจา ๒. ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร๓. พักงานชั่วคราวโดยไม่ได้รับค่าจ้าง ๔. ตัดค่าจ้าง ๕. ปลดออก๖. ไล่ออก ทั้งนี้ เว้นแต่จะเป็นกรณีความผิดร้ายแรง จำเลยจึงจะเลิกจ้างโดยไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนได้ ความผิดของโจทก์เป็นกรณีไม่ร้ายแรง โจทก์ถูกลงโทษตักเตือนด้วยวาจา ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรและพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างแล้วโทษขั้นตอนต่อไปคือตัดค่าจ้างการที่จำเลยลงโทษเลิกจ้างโจทก์จึงไม่ถูกต้องตามขั้นตอน นอกจากนี้การที่โจทก์ไม่ได้ไปทำงาน โจทก์ได้ลางานแล้วแต่จำเลยไม่อนุญาตกรณีจึงไม่ใช่การขาดงานโดยไม่มีเหตุผล แม้อาจเป็นเรื่องการลาผิดระเบียบ จำเลยก็ไม่เคยตักเตือนโจทก์มาก่อน พิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเอกสารหมาย ล.๒ บทที่ ๗ วินัย และมาตราการการลงโทษ ข้อ ค. ได้กำหนดขั้นตอนการลงโทษเป็นข้อ ๆ ตามลำดับตามที่โจทก์อุทธรณ์จริง แต่ในข้อ ค. วรรคแรกก็ได้กำหนดไว้ว่า พนักงานซึ่งไม่ปฏิบัติตามระเบียบวินัยและข้อบังคับ อาจถูกผู้บังคับบัญชาหรือฝ่ายบุคคลพิจารณาลงโทษได้ตามลักษณะความผิดเป็นกรณี ๆ ไป โดยไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามลำดับขั้นตอน ดังนั้น เมื่อพนักงานกระทำความผิดในกรณีไม่ร้ายแรง แต่เป็นการกระทำผิดซ้ำคำเตือน จำเลยก็มีอำนาจลงโทษปลดออกหรือไล่ออกได้หาจำเป็นที่จะต้องลงโทษตามขั้นตอนตามที่โจทก์อุทธรณ์ไม่ อุทธรณ์ส่วนนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนปัญหาที่ว่าการกระทำผิดของโจทก์เป็นการซ้ำคำเตือนหรือไม่ ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าตามระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกำหนดว่าการลากิจต้องยื่นใบลาล่วงหน้า ๑ วัน และต้องได้รับอนุมัติก่อนจึงจะหยุดได้ ส่วนการลาป่วยต้องยื่นใบลาในวันแรกที่มาทำงานเมื่อวันที่ ๔, ๙, ๒๐, ๒๓, ๓๑ มกราคม ๒๕๓๓ และวันที่ ๑, ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๓ โจทก์มิได้มาทำงานและมิได้ยื่นใบลากิจหรือลาป่วยโดยไม่มีเหตุจำเป็น การกระทำของโจทก์เป็นความผิดตามข้อบังคับและระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย และเป็นกรณีซ้ำคำเตือนตามเอกสารหมาย ล.๔ เห็นว่า จำเลยเคยมีหนังสือตักเตือนโจทก์เมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๓๒ ตามเอกสารหมาย ล.๔ ในคำเตือนดังกล่าวระบุการกระทำของโจทก์ว่าหยุดงานโดยไม่ลาและไม่มีเหตุอันควรในวันที่๑ กันยายน, ๔ กันยายน, ๖ กันยายน และ ๘ กันยายน ๒๕๓๒ เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยในเรื่องการหยุดงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร คำตักเตือนของจำเลยจึงเป็นการตักเตือนโจทก์เกี่ยวกับการหยุดงานโดยไม่ลากิจล่วงหน้าหรือลาป่วยตามระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย เป็นความผิดเกี่ยวกับการไม่ลาให้ถูกต้องและมีผลเป็นความผิดฐานขาดงานด้วย ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมาก็ปรากฏว่าโจทก์ได้ขาดงานในวันที่ ๔, ๙,๒๐, ๒๓, ๓๑ มกราคม ๒๕๓๓ และวันที่ ๑, ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ รวม ๗ วันโดยไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ยื่นใบลากิจหรือลาป่วยเช่นเดียวกันการกระทำผิดของโจทก์จึงเป็นการซ้ำคำเตือนตามเอกสารหมาย ล.๔ จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2364/2533 นายปกรณ์ รุ่งเรือง โจทก์ บริษัทสยามไซเคิล เอมเอฟจี จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปกรณ์ รุ่งเรือง · จำเลย - บริษัทสยามไซเคิล เอมเอฟจี จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · เคียง บุญเพิ่ม · ตัน เวทไว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิชัย วิวิตเสวี · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2894/2532ฎีกา 2418/2544ฎีกา 8628/2550ฎีกา 3704/2529ฎีกา 3591/2529ฎีกา 144/2535ฎีกา 6783/2548ฎีกา 1027/2527ฎีกา 897/2547ฎีกา 3049/2540ฎีกา 3431/2542ฎีกา 3539/2536ฎีกา 7420/2537ฎีกา 13894/2555ฎีกา 2799/2526ฎีกา 1352/2542ฎีกา 6791/2544ฎีกา 4042/2542ฎีกา 1254/2546ฎีกา 3365/2533ฎีกา 6075/2549ฎีกา 3880/2531ฎีกา 295/2541ฎีกา 1244/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา