⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3572/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3572/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หากลูกจ้างจงใจฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างซึ่งเป็นกรณีร้ายแรง

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยยุบหน่วยงานที่โจทก์ประจำอยู่เพราะมีความจำเป็นเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของจำเลยนั้น จำเลยย่อมมีอำนาจโดยชอบที่จะจัดให้โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างเข้าทำงานในตำแหน่งใหม่ที่เหมาะสมต่อไป โจทก์จะไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งโดยอ้างเหตุว่าเงินเดือนต่ำกว่าที่เคยได้รับหาได้ไม่เพราะเป็นคนละกรณีไม่เกี่ยวเนื่องกัน ดังนั้นการที่โจทก์ไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของจำเลยจึงถือได้ว่าเป็นการจงใจฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างอันเป็นกรณีร้ายแรง จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้า

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.583

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชย จำเลยค้างจ่ายค่าจ้าง จึงขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้าง ค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์จงใจขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอันชอบด้วยกฎหมายถือว่าเป็นการกระทำผิดอันร้ายแรง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยขอให้พิพากษายกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ส่วนค่าจ้างที่ค้างจำเลยมิได้ให้การโต้แย้งไว้จึงต้องจ่ายให้แก่โจทก์ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างที่ค้างให้แก่โจทก์ คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก ผู้พิพากษาสมทบนายหนึ่งทำความเห็นแย้งว่า จำเลยสั่งย้ายโจทก์เป็นการลดรายได้ของโจทก์ลง เป็นคำสั่งที่มิชอบ การยุบแผนกเท่ากับเป็นการยุบตำแหน่งของโจทก์ ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง จึงควรพิพากษาให้โจทก์ได้รับค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า เดิมโจทก์เป็นพนักงานขายประกันของจำเลย ต่อมาจำเลยมีความจำเป็นต้องยุบแผนกประกันประเภทบุคคลซึ่งโจทก์ทำงานอยู่และได้สั่งให้โจทก์ไปทำงานในแผนกอนุรักษ์กรมธรรม์ โจทก์ไม่ปฏิบัติตามโดยไม่ยอมทำงานในตำแหน่งที่จำเลยสั่งให้ทำ เห็นว่าการที่จำเลยต้องยุบหน่วยงานที่โจทก์ประจำอยู่เดิมเพราะมีความจำเป็นเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของจำเลย จำเลยย่อมมีอำนาจโดยชอบที่จะจัดให้โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างเข้าทำงานในตำแหน่งและหน่วยงานใหม่ที่เหมาะสมต่อไปเพื่อให้กิจการของจำเลยดำเนินไปโดยมีประสิทธิภาพ โจทก์จะไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยโดยอ้างเหตุว่าตำแหน่ง เงินเดือนและผลประโยชน์ที่พึงจะได้จากการทำงานในตำแหน่งใหม่ต่ำกว่าที่เคยได้รับหาได้ไม่ เพราะเป็นคนละกรณีไม่เกี่ยวเนื่องกัน การที่โจทก์ไม่ยอมเข้าปฏิบัติงานตามคำสั่งของจำเลยดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการจงใจฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างอันเป็นกรณีร้ายแรง จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯข้อ 47(3) และไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3572/2525 นางชวนพิศ ธรรมารักษ์ โจทก์ บริษัทการแพทย์และสุขภาพประเทศไทย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางชวนพิศ ธรรมารักษ์ · จำเลย - บริษัทการแพทย์และสุขภาพประเทศไทย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · ขจร หะวานนท์ · พิพัฒน์ จักรางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2894/2532ฎีกา 2418/2544ฎีกา 8628/2550ฎีกา 3704/2529ฎีกา 3591/2529ฎีกา 144/2535ฎีกา 6783/2548ฎีกา 1027/2527ฎีกา 897/2547ฎีกา 3049/2540ฎีกา 3431/2542ฎีกา 3539/2536ฎีกา 7420/2537ฎีกา 13894/2555ฎีกา 2799/2526ฎีกา 1352/2542ฎีกา 6791/2544ฎีกา 2364/2533ฎีกา 4042/2542ฎีกา 1254/2546ฎีกา 3365/2533ฎีกา 6075/2549ฎีกา 3880/2531ฎีกา 295/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา