⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7233-7234/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7233-7234/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลลงนามในเช็คในฐานะผู้ให้กู้แทนบริษัท ย่อมถือว่าบริษัทเป็นผู้ทรงเช็คและมีสิทธิได้รับเงินตามเช็ค แม้บุคคลนั้นจะเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทก็ตาม บุคคลนั้นจึงไม่ใช่ผู้เสียหายในฐานะส่วนตัวและไม่มีอำนาจฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

ตามคำฟ้องของโจทก์บรรยายว่าจำเลยออกเช็คพิพาทมอบให้ผู้เสียหายซึ่งคือโจทก์ร่วม เพื่อชำระหนี้เงินกู้ ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย แต่โจทก์ร่วมเองกลับยืนยันรับข้อเท็จจริงในฎีกาของโจทก์ร่วมว่าโจทก์ร่วมลงนามในฐานะผู้ให้กู้แทนบริษัทลัวเซียร์-ไทย จำกัด จึงต้องถือว่าบริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด เป็นผู้ทรงและ มีสิทธิได้รับเงินตามเช็คพิพาทที่จำเลยออกเพื่อชำระหนี้ตามสัญญากู้ แม้ตามข้อเท็จจริงโจทก์ร่วมเพียงผู้เดียวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทกระทำการแทนบริษัทลัวเซียร์-ไทย จำกัด ได้ ก็ไม่อาจแปลเจตนาว่ากระทำแทนผู้เสียหายในกรณีเช่นนี้ได้ โจทก์ร่วมในฐานะส่วนตัวจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีสิทธิจะเข้าเป็นโจทก์ร่วมและไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนว่าจำเลยออกเช็ครวม ๒ ฉบับ มอบให้นางสุพัตรา ผู้เสียหาย เพื่อชำระหนี้เงินกู้ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย เมื่อเช็คถึงกำหนดผู้เสียหายนำเช็คทั้งสองฉบับเข้าบัญชีเงินฝากเพื่อเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ (๑) (๒) (๕) จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน ระหว่างพิจารณานางสุพัตรา ผู้เสียหายทั้งสองสำนวนขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ (๑) (๕) เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้จำคุกกระทงละ ๑ ปี เรียงกระทงลงโทษรวม ๒ กระทง เป็นจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด ๒ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? พิเคราะห์ฎีกาของโจทก์ร่วมแล้ว เห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายมีสิทธิเข้าเป็นโจทก์ร่วมและมีอำนาจฟ้องหรือไม่เสียก่อน ในปัญหานี้โจทก์ร่วมอ้างในฎีกาว่า จากการนำสืบของโจทก์ โจทก์ร่วมและจำเลย ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์ร่วมเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน บริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด โจทก์ร่วมและจำเลยทำสัญญาข้อตกลงว่าจำเลยเป็นผู้ดำเนินการจัดหาธนาคารมาเป็นผู้ค้ำประกันงานโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกโดยโจทก์ร่วมจ่ายเงินในนามกรรมการผู้จัดการบริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด ให้แก่จำเลย สำหรับเป็นค่าใช้จ่าย และเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา จำเลยออกเช็คให้โจทก์ร่วมยึดถือไว้ ปรากฏว่าจำเลยไม่สามารถหาธนาคารมาค้ำประกันได้ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องคืนเงินค่าใช้จ่ายพร้อมค่าเสียหายแก่ บริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด ซึ่งจำเลยยินยอมให้โจทก์ร่วมนำเช็คไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยจึงทำสัญญากู้เงินกับโจทก์ร่วมโดยโจทก์ร่วมในฐานะกรรมการบริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด ลงลายมือชื่อเป็นผู้ให้กู้ และจำเลยลงลายมือชื่อเป็นผู้กู้ โจทก์ร่วมมิได้กระทำในฐานะส่วนตัว แต่เป็นการกระทำในฐานะเป็นตัวแทนเชิดของ บริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยออกเช็คพิพาททั้งสองฉบับ มอบให้ นางสุพัตรา แสงอร่าม ผู้เสียหายซึ่งคือโจทก์ร่วม เพื่อชำระหนี้เงินกู้ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริง และบังคับได้ตามกฎหมาย แต่โจทก์ร่วมเองกลับยืนยันรับข้อเท็จจริงในฎีกาของโจทก์ร่วมว่า โจทก์ร่วมลงนามในฐานะผู้ให้กู้แทน บริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด จึงต้องถือว่าบริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด เป็นผู้ทรงและมีสิทธิได้รับเงินตามเช็คพิพาท ทั้งสองฉบับที่จำเลยออกเพื่อชำระหนี้ แม้ตามข้อเท็จจริง โจทก์ร่วมเพียงผู้เดียวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท กระทำการแทนบริษัทลัวเซียร์ - ไทย จำกัด ได้ ก็ไม่อาจแปลเจตนาว่า กระทำแทนผู้เสียหายในกรณีเช่นนี้ได้ โจทก์ร่วมในฐานะส่วนตัวจึงไม่ใช่ผู้เสียหายคดีนี้ไม่มีสิทธิจะเข้าเป็นโจทก์ร่วมและไม่มีอำนาจฟ้อง คดีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ร่วมประการอื่นอีก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7233 - 7234/2543 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสุพัตรา แสงอร่าม โจทก์ร่วม นายวิวัฒน์ ตั้งจาตุรนต์รัศมี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ร่วม - นางสุพัตรา แสงอร่าม · จำเลย - นายวิวัฒน์ ตั้งจาตุรนต์รัศมี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โนรี จันทร์ทร · พินิจ เพชรรุ่ง · ทวีวัฒน์ แดงทองดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงดุสิต - นายวิธูร คลองมีคุณ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ เจตนาการณ์กุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 5209/2566ฎีกา 920/2550ฎีกา 4226/2539ฎีกา 5414/2536ฎีกา 4260/2541ฎีกา 591/2540ฎีกา 199/2537ฎีกา 3490/2548ฎีกา 6581-6582/2556ฎีกา 460/2537ฎีกา 6888/2550ฎีกา 1483/2538ฎีกา 14397/2555ฎีกา 3694/2553ฎีกา 960/2541ฎีกา 4826/2565ฎีกา 13/2553ฎีกา 713/2539ฎีกา 235/2540ฎีกา 4343/2565ฎีกา 4411/2536ฎีกา 755/2547ฎีกา 5645/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา