⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1092/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1092/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เจ้าหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดมีสิทธิฟ้องหุ้นส่วนผู้จัดการให้ชำระหนี้ของห้างได้ โดยไม่จำเป็นต้องบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของห้างก่อน 2. ศาลมีดุลพินิจในการบังคับคดีหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยจะบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของห้างก่อน หรือบังคับเอาแก่หุ้นส่วนผู้จัดการก็ได้

ย่อคำพิพากษา

เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ได้แจ้งการประเมินให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ว. ชำระภาษีโรงเรือนและที่ดินแก่โจทก์ ส่วนจำเลยในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างดังกล่าวมิใช่ผู้ที่ถูกประเมิน จึงไม่มีเหตุที่เจ้าพนักงานประเมินจะแจ้งการประเมินให้แก่จำเลย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด ว. ให้ชำระหนี้ดังกล่าว ซึ่งเป็นหนี้ของห้างได้โดยไม่ต้องแจ้งการประเมินให้แก่จำเลยก่อน ป.พ.พ.มาตรา 1071 ประกอบมาตรา 1080 ให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจในการบังคับคดีโดยจะให้บังคับเอาแก่ทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจำกัดก่อน หรือจะให้บังคับชำระหนี้เอาแก่จำเลยซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งเป็นลูกหนี้ก็ได้ ซึ่งแตกต่างกับกรณีเป็นผู้ค้ำประกันที่ผู้ค้ำประกันสามารถจะใช้สิทธิเรียกร้องให้เจ้าหนี้บังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อนตาม ป.พ.พ. มาตรา 688 อีกทั้งไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดห้ามโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดมิให้ฟ้องร้องหุ้นส่วนผู้จัดการโดยต้องไปบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจำกัดก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.688 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1071 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1080 พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ม.8 พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ม.24

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๖๒๙,๖๔๐ บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาส่งสำนวนให้ประธานศาลฎีกาวินิจฉัย ประธานศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามคำฟ้องของโจทก์เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากร จึงเป็นคดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลภาษีอากร ศาลฎีกาพิพากษากลับให้ศาลภาษีอากรกลางรับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาและพิพากษาต่อไป จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๖๒๙,๖๔๐ บาท แก่โจทก์ คำขออื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรพิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการประเภทไม่จำกัดความรับผิดและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดวัฒนาเอ็นยิเนียริ่ง ซึ่งถูกศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้ชำระเงินภาษีโรงเรือนและที่ดินพร้อมเงินเพิ่ม จำนวน ๖๒๙,๖๔๐ บาท แก่โจทก์ ในคดีหมายเลขแดงที่ ๘๓/๒๕๔๐ คดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยข้อแรกมีว่า จำเลยจะต้องรับผิดชอบต่อหนี้จำนวน ๖๒๙,๖๔๐ บาท ด้วยหรือไม่ เพียงใด เห็นว่า ตามคำพิพากษาในคดีแดงที่ ๘๓/๒๕๔๐ ของศาลชั้นต้น นั้น ได้ปรากฏข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติชัดเจนว่าเจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ได้แจ้งการประเมินให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดวัฒนาเอ็นยิเนียริ่งซึ่งเป็นจำเลยในคดีดังกล่าวทราบแล้ว การแจ้งการประเมินดังกล่าวจึงชอบ ส่วนจำเลยในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างดังกล่าวมิใช่ผู้ที่ถูกประเมิน จึงไม่มีเหตุที่เจ้าพนักงานประเมินจะแจ้งการประเมินให้แก่จำเลย ดังนั้น โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัดวัฒนาเอ็นยิเนียริ่งและจำเลย อุทธรณ์ข้อต่อไปมีว่า โจทก์จะฟ้องให้จำเลยชำระหนี้โดยมิได้บังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจำกัดวัฒนาเอ็นยิเนียริ่งก่อนได้หรือไม่ เพียงใด ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๐๗๑ ประกอบมาตรา ๑๐๘๐ ได้บัญญัติไว้ว่า ในกรณีที่กล่าวไว้ในมาตรา ๑๐๗๐ นั้น ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนพิสูจน์ได้ว่า (๑) สินทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนยังมีพอที่จะชำระหนี้ได้ทั้งหมดหรือบางส่วน และ (๒) การที่จะบังคับเอาแก่ห้างหุ้นส่วนนั้นชำระหนี้ไม่เป็นการยากฉะนี้ไซร้ ศาลจะบังคับให้เอาสินทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนนั้นชำระหนี้ก่อนก็ได้ สุดแล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร จะเห็นได้ว่าตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าวได้ให้อำนาจศาลในการใช้ดุลพินิจในการบังคับคดีโดยจะให้บังคับเอาแก่ทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจำกัดวัฒนาเอ็นยิเนียริ่งก่อนก็ได้ สุดแล้วแต่ศาลจะเห็นสมควรหรือจะให้บังคับชำระหนี้เอาแก่จำเลยซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดวัฒนาเอ็นยิเนียริ่งก็ได้ ซึ่งแตกต่างกับกรณีเป็นผู้ค้ำประกันที่ผู้ค้ำประกันสามารถจะใช้สิทธิเรียกร้องให้เจ้าหนี้บังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อนตาม ป.พ.พ. มาตรา ๖๘๘ อีกทั้งไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดห้ามโจทก์มิให้ฟ้องร้องหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยต้องไปบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจำกัดก่อน ดังนั้น การที่โจทก์ฟ้องจำเลย จึงเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1092/2544 กรุงเทพมหานคร โจทก์ นายวิบูลย์ ศรีประเสริฐ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรุงเทพมหานคร · จำเลย - นายวิบูลย์ ศรีประเสริฐ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล ทับเที่ยง · ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · สบโชค สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นางสาวชูชีพ ปิณฑะสิริ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 990/2514ฎีกา 5620/2536ฎีกา 838/2494ฎีกา 8136-8139/2542ฎีกา 8881/2568ฎีกา 4411/2531ฎีกา 2592/2529ฎีกา 3407/2534ฎีกา 4367/2541ฎีกา 5137/2539ฎีกา 8680/2551ฎีกา 6101/2539ฎีกา 5219/2534ฎีกา 1808/2512ฎีกา 133/2520ฎีกา 109/2517ฎีกา 2383/2536ฎีกา 860/2520ฎีกา 2639/2525ฎีกา 2778/2552ฎีกา 2289/2536ฎีกา 3553/2533ฎีกา 2445/2533ฎีกา 1348/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา