⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1135/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1135/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องแย้งสามารถทำได้หากข้อหาที่ฟ้องแย้งนั้นเกี่ยวเนื่องกับคำฟ้องเดิม และสามารถพิจารณาชี้ขาดตัดสินไปพร้อมกันได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยผิดสัญญาซื้อขายนมกล่อง ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าสินค้าแก่โจทก์ จำเลยให้การและ ฟ้องแย้งว่า จำเลยเป็นตัวแทนค้าต่างของโจทก์ จำเลยได้รับสินค้าและได้นำไปส่งมอบให้แก่ผู้สั่งซื้อแล้ว ชอบที่จะได้ ค่าบำเหน็จจากโจทก์ ตามคำฟ้องและฟ้องแย้งเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำสัญญาว่าทำกันด้วยเรื่องอะไร ผลของสัญญาจะเป็นเช่นใด ซึ่งโจทก์และจำเลยต่างอ้างว่าอีกฝ่ายต้องรับผิดตามสัญญาเกี่ยวกับการกระทำอันเดียวกัน จำเลยย่อมฟ้องแย้งให้โจทก์ชำระเงินค่าบำเหน็จได้ เพราะเป็นเงินที่เกี่ยวเนื่องกับจำนวนหนี้ที่โจทก์ฟ้อง จึงเป็นเรื่องทีเกี่ยวกับคำฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยจำนวน ๑,๑๙๗,๑๗๓.๒๕ บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า?จำเลยไม่มีหน้าที่จะต้องรับผิดชอบเพื่อการชำระหนี้แทนผู้สั่งซื้อสินค้า จำเลยและโจทก์ไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกัน จำเลยไม่เคยเป็นหนี้โจทก์ ก่อนฟ้องไม่เคยได้รับการบอกกล่าวทวงถาม หนี้ขาดอายุความแล้ว และฟ้องแย้งว่าจำเลยเป็นตัวแทนค้าต่างของโจทก์โดยเป็นผู้จำหน่ายนม ยู เอช ที ให้แก่โรงเรียนในสังกัดสำนักงานประถมศึกษาแห่งชาติแทนโจทก์ ซึ่งจำเลยชอบที่ได้รับบำเหน็จจากโจทก์ จึงขอให้โจทก์ ชำระค่าบำเหน็จในการเป็นตัวแทนค้าต่างแก่จำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การจำเลย ส่วนฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องแย้งเดิม จึงไม่รับฟ้องแย้ง คืนค่าขึ้นศาล ทั้งหมดให้จำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยชอบหรือไม่ คดีนี้โจทก์ฟ้องโดยยกข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่า จำเลยสั่งซื้อสินค้านมกล่อง (UHT) และ นมพาสเจอร์ไรส์ และรับสินค้าจากโจทก์ไปครบถ้วนแล้วเป็นเงิน ๑,๐๘๒,๑๐๕.๔๐ บาท เมื่อถึงกำหนดชำระเงินค่าสินค้า จำเลยไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าสินค้าดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นตัวแทนค้าต่างของโจทก์ จำเลยได้รับสินค้าจากโจทก์และได้นำไปส่งมอบให้แก่ผู้สั่งซื้อแล้ว จำเลยชอบที่จะได้ค่าบำเหน็จในฐานะเป็นตัวแทนของโจทก์ จึงฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าบำเหน็จจำนวน ๖๗๔,๓๒๕.๗๙ บาท แก่จำเลย เห็นว่า ตามคำฟ้องและตามฟ้องแย้งนั้นเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทำสัญญาว่าสัญญาทำกันด้วยเรื่องอะไร ผลของสัญญาจะเป็นเช่นใด ซึ่งโจทก์และจำเลยต่างอ้างว่าอีกฝ่ายต้องรับผิดตามข้อสัญญาเกี่ยวกับการกระทำอันเดียวกัน เช่นนี้จำเลยย่อมฟ้องแย้งให้โจทก์ชำระเงินค่าบำเหน็จในฐานะเป็นตัวแทนค้าต่างของโจทก์ได้ เพราะเป็นเงินที่เกี่ยวเนื่องกับจำนวนหนี้ที่โจทก์ฟ้องนั่นเอง จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรคสาม ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องแย้งของจำเลยไว้พิจารณา ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1135/2544 บริษัททิปโก้เกษตรกรรม จำกัด โจทก์ นายวัฒนพงษ์ จงชานะสิทโธ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัททิปโก้เกษตรกรรม จำกัด · จำเลย - นายวัฒนพงษ์ จงชานะสิทโธ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · มงคล คุปต์กาญจนากุล · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นางสาวศิริพร นันท์นฤมิตร · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายฐานันท์ วรรณโกวิท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 42/2498ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 647/2521ฎีกา 369/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 370/2506ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 5438/2537ฎีกา 85/2540ฎีกา 8543/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา